⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2550/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2550/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ไม่ว่าจะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) หรือ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องนำมาคำนวณหาเงินได้พึงประเมินเพื่อใช้เป็นเกณฑ์คำนวณค่าใช้จ่ายตามมาตรา 42 ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณจากระยะเวลาที่ทำงานที่ใช้เป็นเกณฑ์.

ย่อคำพิพากษา

เงินได้ที่โจทก์ได้รับครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานนั้นมีวิธีการคำนวณจ่ายตามระเบียบของบริษัทผู้เป็นนายจ้าง แตกต่างจากวิธีการคำนวณบำเหน็จบำนาญ การคำนวณหาเงินได้พึงประเมินที่จะถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าใช้จ่ายตามมาตรา 42 ทวิ วรรคสามจึงต้องเป็นไปตามข้อ 3 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรว่าด้วยภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 2) เรื่องกำหนดระเบียบการคำนวณเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งนายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานโดยคำนวณจ่ายจากระยะเวลาที่ทำงานที่ใช้เป็นเกณฑ์การคำนวณค่าใช้จ่ายตามมาตรา 42 ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร เงินได้พึงประเมินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานไม่ว่าจะเป็นเงินได้ ตามมาตรา 40(1) หรือ (2) แห่งประมวลรัษฎากรก็ตาม ต้องนำมาคำนวณหาเงินได้พึงประเมินที่ใช้เป็นเกณฑ์การคำนวณค่าใช้จ่ายตามมาตรา 42 ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากรทั้งสิ้น ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรว่าด้วยภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 2) คำว่าเงินได้สำหรับระยะเวลาเต็มเดือนเดือนสุดท้าย และเงินได้รายเดือนถัวเฉลี่ย ของ 12 เดือน สุดท้ายก่อนออกจากงาน ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรว่าด้วยภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 2) หมายความถึงเงินได้ที่ได้รับในระยะเวลาดังกล่าวทั้งหมดมิได้หมายความถึงเฉพาะเงินเดือนซึ่งเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากรเพียงอย่างเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.40

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ดประเทศไทย จำกัด ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๔๙๖ จนกระทั่งออกจากงานเนื่องจากเกษียณอายุในปี ๒๕๒๗ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินให้แก่โจทก์ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ๑,๑๙๙,๗๒๕ บาทและโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาสำหรับ พ.ศ. ๒๕๒๘ ให้จำเลยถูกต้องแล้ว แต่เจ้าพนักงานของจำเลยเห็นว่าโจทก์คำนวณเสียภาษีไม่ถูกต้อง จึงแจ้งให้โจทก์เสียภาษีเพิ่มรวมทั้งเงินเพิ่มเป็นเงิน ๙๔,๐๘๓ บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยจึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ การประเมินของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ถูกต้อง ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยให้การว่า โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี ๒๕๒๘ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ถูกต้องตามมาตรา ๔๒ ทวิ วรรคสาม และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรว่าด้วยภาษีเงินได้ (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๑๘ การประเมินของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลาง พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า เงินได้ที่โจทก์ได้รับจากบริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ดประเทศไทย จำกัด ครั้งเดียว เพราะเหตุออกจากงานจำนวน ๑,๑๙๙,๗๒๕ บาท นั้น มีวิธีการคำนวณจ่ายตามระเบียบของบริษัทผู้เป็นนายจ้างแตกต่างจากวิธีการคำนวณบำเหน็จบำนาญ การคำนวณหาเงินได้พึงประเมินที่จะถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าใช้จ่ายจึงต้องเป็นไปตาม ข้อ ๓ ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรว่าด้วยภาษีเงินได้ (ฉบับที่ ๒) ดังกล่าว กล่าวคือ โจทก์สามารถนำเงินได้พึงประเมินที่ได้รับมาหักค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๔๒ ทวิ วรรคสามแห่งประมวลรัษฎากร ได้เท่ากับจำนวนที่นายจ้างจ่ายให้ แต่ต้องไม่เกินเงินได้สำหรับระยะเวลาเต็มเดือนสุดท้าย คูณด้วยจำนวนปีที่ทำงาน และเงินได้สำหรับระยะเวลาเต็มเดือนเดือนสุดท้ายดังกล่าวจะต้องไม่เกินเงินได้รายเดือนถัวเฉลี่ยของ ๑๒ เดือน สุดท้ายก่อนออกจากงานบวกด้วยร้อยละ ๑๐ ของเงินเดือนถัวเฉลี่ยนั้น โจทก์อ้างว่าเงินได้สำหรับระยะเวลาเต็มเดือนสุดท้าย และเงินได้รายเดือนถัวเฉลี่ยของ ๑๒ เดือนสุดท้ายก่อนออกจากงานตามประกาศดังกล่าวหมายถึงเงินได้ที่โจทก์ได้รับจริงในระยะเวลาดังกล่าวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๑) หรือ (๒) แห่งประมวลรัษฎากรก็ตาม ส่วนจำเลยอ้างว่าเงินได้สำหรับระยะเวลาเต็มเดือนเดือนสุดท้าย และเงินได้รายเดือนถัวเฉลี่ยหมายถึงเฉพาะเงินเดือนที่โจทก์ได้รับในระยะเวลาดังกล่าวเพียงอย่างเดียวเท่านั้นโดยไม่รวมถึงเงินได้อื่นเห็นว่า เงินได้พึงประเมินที่นายจ้างจ่ายใหโจทก์ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานไม่ว่าจะเป็นเงินได้ตามมาตรา ๔๐(๑) หรือ (๒) แห่งประมวลรัษฎากรก็ตาม ก็จะต้องนำมาคำนวณหาเงินได้พึงประเมินที่ใช้เกณฑ์การคำนวณค่าใช้จ่ายตามมาตรา๔๒ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากรทั้งสิ้น ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรว่าด้วยภาษีเงินได้ (ฉบับที่ ๒) ทั้งตามประกาศดังกล่าวมิได้ใช้คำว่า เงินเดือน แต่ใช้คำว่าเงินได้ ดังนั้น คำว่าเงินได้สำหรับระยะเวลาเต็มเดือนสุดท้ายและเงินได้รายเดือนถัวเฉลี่ยของ ๑๒ เดือนสุดท้ายก่อนออกจากงานจึงหมายความถึงเงินได้ที่โจทก์ได้รับภายในระยะเวลาดังกล่าวทั้งหมด มิได้หมายความถึงเฉพาะเงินเดือนซึ่งเป็นเงินได้ตามมาตรา ๔๐(๑) แห่งประมวลรัษฎากรเพียงอย่างเดียวตามที่จำเลยอ้าง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์มีเงินได้สำหรับระยะเวลาเต็มเดือนสุดท้ายเป็นเงิน ๕๕,๗๗๑ บาทเกินกว่าเงินได้รายเดือนถัวเฉลี่ยของ ๑๒ เดือนสุดท้ายก่อนออกจากงานบวกด้วยร้อยละ ๑๐ ของเงินถัวเฉลี่ยนั้น ซึ่งคำนวณได้เป็นเงิน๓๙,๒๕๕.๔๓ บาท จึงต้องถือว่าเงินได้สำหรับระยะเวลาเต็มเดือนสุดท้ายที่จะนำมาคูณด้วย ๓๑ ซึ่งเป็นจำนวนปีที่โจทก์ทำงานเพื่อหาจำนวนเงินได้พึงประเมินที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๔๒ ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฏากรนั้นเท่ากับ๓๙,๒๕๕.๔๓ บาท แต่เมื่อคำนวณแล้วได้ผลลัพธ์เท่ากับ ๑,๒๑๖,๙๑๘.๓๓ บาเกินกว่าจำนวนเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้แก่โจทก์ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน โจทก์จึงมีสิทธินำเงินได้พึงประเมินที่นายจ้างจ่ายให้เพราะเหตุออกจากงานจำนวน ๑,๑๙๙,๗๒๕ บาท มาหักค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๔๒ ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ได้หมดทั้งจำนวนตามข้อ ๓ วรรคหนึ่ง แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากรว่าด้วยภาษีเงินได้ (ฉบับที่ ๒) ดังกล่าว ปรากฏว่าเงินได้ที่โจทก์ถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าใช้จ่ายตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี ๒๕๒๘ เอกสารหมาย จ.๒ เป็นเงิน ๑,๑๘๗,๒๘๕.๐๒ บาท น้อยกว่าจำนวนที่นายจ้างจ่ายให้ การคำนวณค่าใช้จ่ายของโจทก์ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ดังกล่าวจึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2550/2532 นางสารภี เบญจฤทธิ์ โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสารภี เบญจฤทธิ์ · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายพลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10135/2539ฎีกา 5890/2539ฎีกา 439/2508ฎีกา 4096/2528ฎีกา 2034/2536ฎีกา 4797/2534ฎีกา 1400/2553ฎีกา 6220/2549ฎีกา 4708/2542ฎีกา 1587/2522ฎีกา 2642/2538ฎีกา 3113/2531ฎีกา 3193/2543ฎีกา 736/2550ฎีกา 3867/2531ฎีกา 6899/2559ฎีกา 3934/2534ฎีกา 1110/2565ฎีกา 10701/2555ฎีกา 1878/2519ฎีกา 3322/2554ฎีกา 123/2540ฎีกา 905/2531ฎีกา 5243/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา