⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4769/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4769/2533

ป.วิ.แพ่ง ม.1, 296, 308

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* หากผู้ถูกบังคับคดีทราบถึงการยึดทรัพย์และการประเมินราคาทรัพย์แล้ว แต่ต้องการโต้แย้งราคาประเมิน ต้องยื่นเรื่องต่อศาลภายใน 8 วันนับแต่วันยึดทรัพย์ * จ่าศาลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจมอบหมายให้รองจ่าศาลปฏิบัติหน้าที่แทนได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 3 ลงชื่อทราบหมายบังคับคดี กับลงชื่อในบันทึกการยึดทรัพย์ บัญชีทรัพย์ที่ยึด และสัญญารักษาทรัพย์ ซึ่งต่างลงวันที่วันเดียวกับวันที่ยึดทรัพย์ แสดงว่าจำเลยที่ 3 ได้รู้เห็นการยึดทรัพย์และการคำนวณราคาทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยตลอด เมื่อจำเลยที่ 3 อ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาทรัพย์ต่ำกว่าความเป็นจริง แม้จะมิใช่เรื่องการคำนวณราคาทรัพย์เพื่อเรียกค่าธรรมเนียมการยึดแล้วไม่ขายตามหมายเหตุท้ายตาราง 5จำเลยที่ 3 ก็ต้องเสนอเรื่องต่อศาลภายใน 8 วัน นับแต่วันที่ยึดทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296วรรคสอง เมื่อจ่าศาลได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วย่อมมีอำนาจมอบหมายให้รองจ่าศาลไปปฏิบัติหน้าที่แทนได้ การขายทอดตลาดได้เลื่อนมาหลายครั้งแล้ว และราคาที่ขายได้ในครั้งหลังสุดก็สูงพอสมควร ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ได้หาผู้เข้าสู้ราคาให้ราคาสูงกว่านี้ได้ และการเลื่อนการขายทอดตลาดไปก็ไม่มีอะไรเป็นประกันว่าจะขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดได้ในราคาสูงกว่านี้อีก จึงไม่ควรให้เลื่อนการขายทอดตลาดต่อไป.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.308

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.308 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์และจำเลยทั้งสามได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยทั้งสามผิดสัญญา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ ๓เพื่อขายทอดตลาด ไม่มีการประกาศขายทอดตลาดหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๓๑ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวแก่ผู้ให้ราคาสูงสุดเป็นเงิน ๑,๕๘๐,๐๐๐ บาท ต่อมาวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๓๑ จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องคัดค้านว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ศาลแต่งตั้งเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งราคาที่ขายทอดตลาดยังต่ำเกินสมควรขอให้เพิกถอนการประเมินราคาทรัพย์และการขายทอดตลาด โจทก์คัดค้านว่า การยึดทรัพย์รายนี้จำเลยที่ ๓ อยู่รู้เห็นและเห็นชอบกับราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดี การขายทอดตลาดได้ราคาเหมาะสม และได้กระทำโดยชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาในข้อแรกว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณราคาทรัพย์ที่ยึดในคดีนี้ มิใช่เป็นการคำนวณราคาทรัพย์เพื่อเสียค่าธรรมเนียมในการยึดแล้วไม่ขาย กรณีจึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา๔๙๖ และหมายเหตุท้ายตาราง ๕ เรื่องค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณราคาทรัพย์โดยไม่คำนึงถึงหลักเกณฑ์ราคา ซื้อขายที่ดินใกล้เคียงและราคาที่โจทก์เคยประเมินไว้ถึง๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท เอกสารเกี่ยวกับการยึดทรัพย์เป็นพยานบอกเล่ารับฟังไม่ได้นั้น เห็นว่า แม้การคำนวณราคาทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดีมิใช่เป็นการคำนวณราคาทรัพย์เพื่อเรียกค่าธรรมเนียมการยึดแล้วไม่ขายตามที่จำเลยที่ ๓ อ้างก็ตาม แต่ตามรายงานของเจ้าพนักงานบังคับคดี ลงวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๓๐ ระบุว่าในวันที่ไปทำการยึดทรัพย์เมื่อวันที่ ๒๖ เดือนเดียวกัน จำเลยที่ ๓ ได้เซ็นทราบหมายบังคับคดีแล้ว และจำเลยที่ ๓ ยังได้ลงลายมือชื่อในบันทึกการยึดทรัพย์ บัญชีทรัพย์ที่ยึดซึ่งระบุราคาทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณไว้ กับลงลายมือชื่อในสัญญารักษาทรัพย์ ซึ่งเอกสารเหล่านี้ต่างลงวันที่เดียวกับวันที่ยึดทรัพย์ทั้งสิ้นแสดงว่าจำเลยที่ ๓ ได้รู้เห็นการยึดทรัพย์และการคำนวณราคาทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยตลอด และเอกสารดังกล่าวเจ้าพนักงานบังคับคดีและจำเลยที่ ๓ ลงลายมือชื่อเป็นหลักฐานจำเลยที่ ๓ จะเถียงว่าตนไม่รู้เห็นหรือไม่ทราบการคำนวณราคาทรัพย์หาได้ไม่ และเมื่อจำเลยที่ ๓ อ้างว่าการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายในการดำเนินการบังคับคดีดังที่ปรากฏในคำร้อง คัดค้านของจำเลยที่ ๓ ลงวันที่ ๓๐มีนาคม ๒๕๓๐ กรณีก็ตกอยู่ในบังคับคดีแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง ซึ่งจำเลยที่ ๓ จะต้องเสนอเรื่องต่อศาลภายใน ๘ วัน นับแต่วันทราบการฝ่าฝืนคือวันยึดทรัพย์ดังวินิจฉัยมาแล้ว จำเลยที่ ๓ ฎีกาข้อต่อมาว่า การขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ ๓โดยนางสาวเครือวัลย์ จงพิทักษ์รัตน์ รองจ่าศาลเมื่อวันที่ ๒๒มีนาคม ๒๕๓๑ นั้นไม่ชอบ เพราะมิใช่เจ้าพนักงานบังคับคดีที่ได้รับการแต่งตั้งจากศาลโดยเฉพาะนั้น เห็นว่าจ่าศาลเป็นหัวหน้างานราชการในฝ่ายธุรการของศาล ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติงานในหน้าที่ตามคำสั่งศาลเมื่อจ่าศาลได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีจากศาลแล้วย่อมมีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการบังคับคดีไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้ และมีอำนาจที่จะมอบหมายให้รองจ่าศาลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานศาลผู้หนึ่งไปปฏิบัติหน้าที่แทนได้ในเมื่อตนเองไม่อาจไป ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้ ทั้งนี้ย่อมเป็นไปตามระเบียบวิธีปฏิบัติของทางราชการ มิฉะนั้นแล้วการบังคับคดีก็ไม่อาจดำเนินไปได้และอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และการมอบหมายให้รองจ่าศาลไปปฏิบัติหน้าที่นี้เป็นเรื่องภายในและอยู่ในความรับผิดชอบของจ่าศาลโดยตรงอยู่แล้ว ทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของรองจ่าศาลในฐานะเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีนี้ก็ไม่ปรากฏว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ฝ่าฝืนกฎหมายแต่อย่างใด ถือได้ว่านางสาวเครือวัลย์ จงพิทักษ์รัตน์ รองจ่าศาลได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยชอบแล้ว จำเลยที่ ๓ ฎีกาในข้อสุดท้ายว่า ราคาขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๓ ต่ำไปเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นว่าได้มีการเลื่อนการขายทอดตลาดมาหลายครั้งแล้ว และราคาที่ขายได้ก็สูงพอสมควร ไม่ควรให้เลื่อนการขายทอดตลาดต่อไป ที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่าราคาต่ำไปนั้นก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๓ ได้หาผู้เข้าสู้ราคาให้สูงกว่านี้ได้ และการเลื่อนการขายทอดตลาดไปก็ไม่มีอะไรเป็นประกันว่าจะขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดได้ในราคาสูงกว่านี้อีก พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4769/2533 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด โจทก์ นายสมศักดิ์ เอี่ยมศิรินุกูล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นายสมศักดิ์ เอี่ยมศิรินุกูล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนู วงศ์แสงจันทร์ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ชุม สุกแสงเปล่ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - อ่านไม่ออก · ศาลอุทธรณ์ - นายเสริมศักดิ์ ผลัดธุระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1937/2540ฎีกา 1993/2537ฎีกา 244/2535ฎีกา 1536/2536ฎีกา 5004/2540ฎีกา 2566/2535ฎีกา 665/2509ฎีกา 5739/2534ฎีกา 73/2527ฎีกา 3793/2535ฎีกา 9121/2560ฎีกา 2746/2534ฎีกา 6157/2544ฎีกา 4774/2537ฎีกา 2458/2521ฎีกา 962/2534ฎีกา 1155/2537ฎีกา 169/2511ฎีกา 1107/2493ฎีกา 871/2509ฎีกา 6513/2557ฎีกา 874/2561ฎีกา 1121/2523ฎีกา 4913/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา