⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 106/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 106/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดจะบังคับให้ผู้เสียหายรับทรัพย์สินอื่นแทนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้ การที่ผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์ได้ทราบถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว ถือว่าโจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่วันนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำสืบฟังได้ว่า ต้องเสียค่าซ่อมรถจักรยานยนต์เป็นเงิน 41,600 บาทค่าซ่อมดังกล่าวเป็นค่าเสียหายที่จำเลยจะต้องชดใช้ตามกฎหมาย จำเลยจะขอศาลบังคับให้โจทก์รับรถจักรยานยนต์คันอื่นแทน หากโจทก์ไม่ยอมรับ ให้รับชำระราคารถจักรยานยนต์ที่จำเลยหามาแทนโดยโจทก์ไม่ยินยอมไม่ได้ เพราะกฎหมายมิได้ให้สิทธิผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดกระทำได้เช่นนั้น ผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์คืออธิบดีหรือผู้ปฏิบัติราชการแทน คณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งที่โจทก์แต่งตั้งไม่ใช่ผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์ รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมโจทก์เขียนบันทึกสั่งการไว้ท้ายบันทึกเสนอความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนเมื่อวันที่ 4 มีนาคม2528 เห็นชอบตามที่เสนอว่าคนขับรถของจำเลยกระทำละเมิด ไม่ปรากฏว่าอธิบดีหรือรองอธิบดีกรมโจทก์ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวก่อนหน้านั้น จึงต้องถือว่าโจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งได้แก่จำเลยตั้งแต่วันนั้น โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2529 ยังไม่พ้น 1 ปีจึงยังไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๑ ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ โดยประมาทชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์บรรทุกดังกล่าว ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันว่า เหตุเกิดจากความประมาทของคนขับรถจักรยานยนต์ ค่าเสียหายไม่ถึงที่ฟ้อง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๔๑,๖๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า รถจักรยานยนต์ของโจทก์ใช้มานานถึง๒๐ ปี ไม่อาจซ่อมได้ จำเลยที่ ๒ หารถจักรยานยนต์มีสภาพใกล้เคียงกันมาแทนได้ในราคาไม่เกิน๑๕,๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าซ่อมเป็นเงิน ๔๑,๖๐๐ บาท จึงเกินกว่าสภาพความเสียหายที่แท้จริง ควรให้โจทก์ยอมรับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อเดียวกันซึ่งมีสภาพเดียวกันจากจำเลย หากโจทก์ไม่ยอมรับก็ให้จำเลยใช้เงินค่าเสียหาย ๑๕,๐๐๐ บาท นั้น เห็นว่า ประมวล-กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๓๘ วรรคสอง บัญญัติว่า ค่าสินไหมทดแทนนั้นได้แก่การคืนทรัพย์สินอันผู้เสียหายต้องเสียไปเพราะละเมิด หรือใช้ราคาทรัพย์สินนั้น รวมทั้งค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันได้ก่อขึ้นด้วย เห็นว่า โจทก์นำสืบโดยมีนายแป๊ะ แซ่เต็ง เจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อบี.เอ็ม.ดับบลิว. โดยเฉพาะเป็นพยานเบิกความยืนยันว่า รถจักรยานยนต์ของโจทก์ยังซ่อมได้ โดยต้องเปลี่ยนอะไหล่และเสียค่าบริการเป็นเงิน ๔๑,๖๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๑๐ เหตุที่ค่าซ่อมสูงเพราะอะไหล่หายาก เนื่องจากเป็นรถจักรยานยนต์ราคาแพง ไม่เป็นที่นิยมมากนัก จึงรับฟังได้ว่าโจทก์จะต้องซ่อมเสียเงินจำนวน ๔๑,๖๐๐ บาท ค่าซ่อมนี้เป็นค่าเสียหายที่จำเลยจะต้องชดใช้ตามกฎหมาย จำเลยจะขอศาลบังคับให้โจทก์รับรถจักรยานยนต์คันอื่นแทนหรือให้รับราคารถจักรยานยนต์ที่จำเลยหามาแทนโดยโจทก์ไม่ยินยอมไม่ได้ เพราะกฎหมายมิได้ให้สิทธิแก่ผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดกระทำได้เช่นนั้น จำเลยที่ ๒ ฎีกาต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เห็นว่า ผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์คืออธิบดีหริอผู้ปฏิบัติราชการแทน คณะกรรมการสอบสวนหาผู้ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งที่โจทก์แต่งตั้งไม่ใช่ผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์ คณะกรรมการสอบสวนได้บันทึกเสนอความเห็นว่า นายวันชัยคนขับรถกระทำละเมิด จำเลยที่ ๑ นายจ้างจะต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย นายวิสูตร วัฒนานุกิจ รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมโจทก์ได้เขียนบันทึกสั่งการไว้ท้ายบันทึกเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๒๘ เห็นชอบตามเสนอ ทางนำสืบของโจทก์จำเลยไม่ปรากฏว่าอธิบดีหรือรองอธิบดีกรมโจทก์ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวก่อนหน้านั้น จึงต้องถือว่าโจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งได้แก่จำเลยที่ ๑ แล้ว ตั้งแต่วันนั้นโจทก์ฟ้องคดีวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๒๙ ยังไม่พ้น ๑ ปี ฟ้องไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 106/2534 กรมชลประทาน โจทก์ นายสมชาย ชวนะศิลป์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมชลประทาน · จำเลย - นายสมชาย ชวนะศิลป์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี · วิชัย ตันติกุลานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1127/2505ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 1479/2542ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 481/2526ฎีกา 4513/2533ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2335/2551ฎีกา 4192/2536ฎีกา 4258/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2738/2554ฎีกา 7231/2538ฎีกา 2919/2547ฎีกา 99/2539ฎีกา 226/2532ฎีกา 2425/2538ฎีกา 10930/2554ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา