⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6251/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6251/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างออกหนังสือตักเตือนและแจ้งให้ลูกจ้างทราบแล้ว แม้ลูกจ้างไม่ได้ลงชื่อรับทราบ หนังสือตักเตือนนั้นก็มีผลใช้บังคับได้ และนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างโดยอ้างเหตุแห่งการกระทำผิดเดิมที่เคยตักเตือนไปแล้วไม่ได้ เพราะจะเป็นการซ้ำซ้อน.

ย่อคำพิพากษา

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มิได้กำหนดว่าเมื่อนายจ้างออกหนังสือตักเตือนลูกจ้างแล้ว นายจ้างต้องแจ้งหนังสือตักเตือนให้ลูกจ้างทราบโดยต้องให้ลูกจ้างลงชื่อรับทราบในหนังสือตักเตือน หรือต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบโดยวิธีการอย่างใดการที่จำเลยออกหนังสือตักเตือน และแจ้งให้โจทก์ทราบ แม้โจทก์จะไม่ได้ลงชื่อรับทราบในหนังสือตักเตือน ก็ถือได้ว่าโจทก์ได้ทราบหนังสือตักเตือน ซึ่งทำให้หนังสือตักเตือนมีผลใช้บังคับแล้วและเมื่อจำเลยได้สั่งลงโทษการกระทำความผิดของโจทก์ โดยการตักเตือนมีหนังสือแล้ว จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเหตุแห่งการกระทำผิดของโจทก์ดังกล่าวอีกไม่ได้ เพราะเป็นการซ้ำซ้อนกับการกระทำผิดของโจทก์ในคราวเดียวกัน จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า10,133 บาท ค่าชดเชย 8,000 บาท คืนเงินประกันความเสียหาย 1,333 บาทและจ่ายค่าจ้างค้างชำระ 5,866 บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ขาดงานเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ 3,482 บาท โจทก์แถลงไม่ติดใจเรียกร้องเงินค่าจ้างที่ค้างชำระและเงินประกันความเสียหายที่ฟ้องเรียกจากจำเลย ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ได้ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ แต่สำหรับค่าชดเชยนั้น จำเลยได้สั่งลงโทษการกระทำผิดของโจทก์ดังกล่าวโดยตักเตือนเป็นหนังสือตามเอกสารหมาย ล.1 แล้ว จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเหตุแห่งการกระทำผิดของโจทก์ดังกล่าวเป็นการซ้ำซ้อนกับการกระทำผิดของโจทก์ในคราวเดียวกัน จำเลยจะอ้างว่าไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์เป็นเงิน 8,000 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่าประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มิได้กำหนดว่าเมื่อนายจ้างออกหนังสือตักเตือนลูกจ้างแล้ว นายจ้างต้องแจ้งหนังสือตักเตือนให้ลูกจ้างทราบ โดยต้องให้ลูกจ้างลงชื่อรับทราบในหนังสือตักเตือนหรือต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบด้วยวิธีการอย่างใดจึงเห็นว่าการที่จำเลยออกหนังสือตักเตือนตามเอกสารหมาย ล.1 และได้แจ้งให้โจทก์ทราบ แม้โจทก์จะไม่ได้ลงชื่อรับทราบในหนังสือตักเตือนก็ถือได้ว่าโจทก์ได้รับทราบหนังสือตักเตือนซึ่งทำให้หนังสือตักเตือนดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้แล้ว จำเลยจึงยกเหตุแห่งการกระทำผิดของโจทก์ดังกล่าวมาลงโทษเลิกจ้างโจทก์อันเป็นการลงโทษซ้ำซ้อนอีกไม่ได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6251/2534 นาย ประกอบ ตรี คลี โจทก์ บริษัท บางกอก โมอาว็าด จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประกอบ ตรี คลี · จำเลย - บริษัท บางกอก โมอาว็าด จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ