คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2404/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทายาทได้ยินยอมให้บุคคลอื่นเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลแล้ว ทายาทผู้นั้นย่อมสละสิทธิในการเป็นผู้จัดการมรดก และต้องส่งมอบทรัพย์มรดกให้แก่ผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้ง
ย่อคำพิพากษา
ศาลมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยบรรดาทายาทของผู้ตายซึ่งรวมทั้งจำเลยเห็นชอบให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ถือว่าจำเลยได้สละสิทธิในการเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมแล้ว เมื่อจำเลยยอมให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล โจทก์ ย่อมมีสิทธิและหน้าที่แต่เพียงผู้เดียวที่จะรวบรวมทรัพย์มรดกของผู้ตายมาจัดการแบ่งปันให้แก่ทายาท การเรียกเอาโฉนดที่ดินและเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดกที่จำเลยยึดถือครอบครองอยู่ในฐานะผู้จัดการมรดก เพื่อจัดการมรดกให้เสร็จสิ้นไปก็เป็นสิทธิของโจทก์ที่จะเรียกเอาได้ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์จัดการมรดกไม่ถูกต้องนั้นจำเลยมีสิทธิขอให้เพิกถอนผู้จัดการมรดกหรือฟ้องขอแบ่งมรดกให้ถูกต้องได้ เมื่อโจทก์ยังคงเป็นผู้จัดการมรดกอยู่จำเลยซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งจึงต้องส่งมอบโฉนดที่ดินและเอกสารให้โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายเชื้อ แนวบุญเนียรผู้ตาย ตามคำสั่งศาลชั้นต้น ในระหว่างจัดการมรดกโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกเรียกให้จำเลยส่งมอบทรัพย์สินและเอกสารโฉนดที่ดินเลขที่ 6315, 6238 และ 6733 ตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เอ็ม.ซี.ซี. จำกัด ตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนสิน จำกัด ตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เงินทุนสากล จำกัด ซึ่งเป็นมรดกของนายเชื้อ และอยู่ในความครอบครองของจำเลย เพื่อจัดการทรัพย์มรดกจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบทรัพย์สินและเอกสารดังกล่าวให้แก่โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์และจำเลยพร้อมด้วยบุตรคนอื่น ๆ ทุกคนต่างก็เป็นผู้จัดการมรดกของนายเชื้อร่วมกันโดยมีพินัยกรรมที่ดินและตั๋วสัญญาใช้เงินตามฟ้องเป็นทรัพย์สินที่นายเชื้อได้มาก่อนสมรสกับโจทก์ จำเลยยึดถือเอกสารสิทธิเฉพาะโฉนดที่ดินเลขที่ 6315, 6238 และ 6733 กับตั๋วสัญญาใช้เงินตามฟ้องเท่านั้น เอกสารสิทธิของทรัพย์สินอื่นจำเลยไม่ได้ยึดถือไว้ เหตุที่จำเลยไม่ยอมส่งมอบเอกสารสิทธิซึ่งจำเลยยึดถืออยู่ให้แก่โจทก์ เพราะโจทก์ไม่ยอมแบ่งทรัพย์มรดกอันเป็นสินส่วนตัวของนายเชื้อให้แก่ทายาทตามพินัยกรรม โจทก์จะจัดการแบ่งมรดกโดยถือทรัพย์ตามฟ้องเป็นสินสมรสของโจทก์และนายเชื้อ จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมร่วมกับโจทก์ จึงย่อมมีความชอบธรรมที่จะยึดถือเอกสารสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์มรดกดังกล่าวไว้ได้ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงว่าเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์ตามฟ้องโจทก์ข้อ 2.2, 2.4, 2.5, 2.6, 2.7และ 2.11 เฉพาะโฉนดที่ดินเลขที่ 6733 ตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 6 จำเลยจะต้องส่งมอบให้โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเชื้อ แนวบุญเนียร หรือไม่ และเห็นว่าข้อเท็จจริงแห่งคดีพอจะวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยาน จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 6315, 6238และ 6733 ตำบลดอกไม้ (ราชาเทวะ) อำเภอพระโขนง (บางพลีใหญ่)กรุงเทพมหานคร ตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เอ็ม.ซี.ซี. จำกัด จำนวน 5 ฉบับ ตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนสิน จำกัด 1 ฉบับ และตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เงินทุนสากล จำกัด อีก 1 ฉบับที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยให้แก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายเชื้อ แนวบุญเนียร ผู้ตายตามคำสั่งศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 17311/2531 ทรัพย์มรดกของผู้ตายยังคงอยู่ในระหว่างจัดการแบ่งปันให้แก่ทายาท จำเลยเป็นทายาทคนหนึ่งของผู้ตาย ปัญหาแรกที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยชอบหรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลตรวจคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยแล้ว หากปรากฏข้อเท็จจริงรับกันไว้ชัดแจ้งแม้จะให้สืบพยานไปก็ไม่ทำให้ได้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นและคดีพอวินิจฉัยชี้ขาดได้ ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยได้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยต้องส่งมอบโฉนดที่ดินและเอกสารตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ ข้อนี้จำเลยอ้างว่า จำเลยมีสิทธิยึดถือโฉนดที่ดินและเอกสารดังกล่าวไว้โดยไม่ต้องส่งมอบให้โจทก์เพราะจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของผู้ตาย เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง ปรากฏว่าบรรดาทายาทของผู้ตายเห็นชอบให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และในคดีนี้จำเลยก็ไม่ได้ปฏิเสธในข้อนี้จำเลยเป็นทายาทคนหนึ่งจึงถือว่าจำเลยได้ยินยอมให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและถือว่าจำเลยได้สละสิทธิในการเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมด้วย เมื่อจำเลยยอมให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล โจทก์ย่อมมีสิทธิและหน้าที่แต่เพียงผู้เดียวที่จะรวบรวมทรัพย์มรดกของผู้ตายมาจัดการแบ่งปันให้แก่ทายาท การเรียกเอาโฉนดที่ดินและเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดกที่จำเลยยึดถือครอบครองอยู่ในฐานะผู้จัดการมรดก เพื่อจัดการมรดกให้เสร็จสิ้นไปก็เป็นสิทธิของโจทก์ที่จะเรียกเอาได้ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์จัดการมรดกไม่ถูกต้องนั้นจำเลยมีสิทธิขอให้เพิกถอนผู้จัดการมรดกหรือฟ้องขอแบ่งมรดกให้ถูกต้องได้ เมื่อโจทก์ยังคงเป็นผู้จัดการมรดกอยู่ จำเลยซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งต้องส่งมอบโฉนดที่ดินและเอกสารตามฟ้องให้โจทก์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2404/2536
นาง วนิดา แนวบุญเนียร โจทก์
นาย นันทวิทย์ แนวบุญเนียร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง วนิดา แนวบุญเนียร · จำเลย - นาย นันทวิทย์ แนวบุญเนียร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · พิมล สมานิตย์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา