⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2649/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2649/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้ผู้เสียภาษีทราบแล้ว ถือว่ามีจำนวนหนี้ภาษีที่โต้แย้งกันแล้ว ผู้เสียภาษีมีอำนาจฟ้องเรียกให้ชำระภาษีได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ต่อศาล

ย่อคำพิพากษา

โจทก์แจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1ทราบว่าจะต้องเสียภาษีจำนวนเท่าใด ถือว่ามีจำนวนหนี้ภาษีที่โต้แย้งกันแล้วเมื่อไม่ชำระโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกให้ชำระภาษีจำนวนดังกล่าวได้ โดยไม่จำต้องรอให้กำหนดระยะเวลา 30 วันที่จำเลยจะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลสิ้นสุดลงเสียก่อน ส่วนที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2-8 ร่วมกันรับผิดในเงินที่จำเลยที่ 2 นำไปแบ่งให้จำเลยที่ 2-8 ในฐานะผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 หาใช่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรที่ศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาพิพากษาไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.30 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ค้างชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินเพิ่มแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทและได้ตั้งจำเลยที่ 2 ชำระบัญชี ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มีเงินคงเหลือจำนวน 115,803.86บาท จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีและผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปจ่ายคืนค่าหุ้นให้แก่จำเลยที่ 2-8 โดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยที่ 1 มีหนี้ภาษีอากรค้างและยังไม่ได้ชำระแก่โจทก์อันเป็นการชำระบัญชีที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายและไม่สุจริต จำเลยที่ 2-8จะต้องร่วมรับผิดชอบต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยที่ 1-8 ร่วมกันชำระภาษีจำนวน 409,438.62 บาท ให้แก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 2-8 ร่วมรับผิดจำนวนไม่เกิน 115,803.86 บาท และเงินเพิ่มในอัตราส่วนละ1.5 ต่อเดือน เศษของเดือนให้คิดเป็นหนึ่งเดือนในต้นเงินภาษี236,865.74 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยทั้งแปดให้การและแก้ไขคำให้การทำนองเดียวกันว่า การประเมินภาษีอากรของโจทก์ไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายการจดทะเบียนเลิกกิจการและชำระบัญชีก็กระทำโดยสุจริต หากจำเลยที่ 2-8 ต้องร่วมรับผิดก็รับผิดไม่เกินส่วนของผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 เท่านั้น คดีโจทก์ขาดอายุความเพราะฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 2 ปีนับแต่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทได้รับคำขอจดทะเบียนเลิกบริษัทขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์โจทก์มีว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ในการเรียกเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรกฎหมายได้กำหนดขั้นตอนให้โจทก์ดำเนินการตั้งแต่ออกหมายเรียกไต่สวนแล้วทำการประเมินเมื่อมีการประเมินแล้วถ้าผู้เสียภาษีไม่พอใจการประเมิน กฎหมายกำหนดให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เมื่อได้ปฏิบัติถึงขั้นตอนที่โจทก์ได้แจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1ทราบว่าจะต้องเสียภาษีจำนวนเท่าใด ถือว่ามีจำนวนหนี้ภาษีที่โต้แย้งกันแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่นำเงินภาษีไปชำระโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยให้ชำระภาษีจำนวนดังกล่าวได้ โดยไม่จำต้องรอให้กำหนดระยะเวลา30 วัน ที่จำเลยจะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลได้สิ้นสุดลงเสียก่อน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2-8 นั้นปรากฏจากคำฟ้องว่าข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา เป็นเรื่องจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีและผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดหน้าที่นำเงินของจำเลยที่ 1 ไปจ่ายคืนค่าหุ้นให้แก่จำเลยที่ 2-8 การฟ้องให้จำเลยที่ 2-8 ร่วมกันรับผิดในเงินที่จำเลยที่ 2 นำไปแบ่งให้จำเลยที่ 2-8 นั้น หาใช่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรที่ศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาพิพากษา ตามมาตรา 7(2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 ไม่ ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2-8 นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางเฉพาะในส่วนที่ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาและพิพากษาคดีเฉพาะของจำเลยที่ 1 ใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ทั้งสองศาลให้ศาลภาษีอากรกลางรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2649/2536 กรมสรรพากร โจทก์ บริษัท บี.พี.ซี. คอมพิวเตอร์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - บริษัท บี.พี.ซี. คอมพิวเตอร์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1307-1308/2531ฎีกา 5157/2537ฎีกา 5607/2550ฎีกา 8273/2551ฎีกา 577/2508ฎีกา 2439/2531ฎีกา 4143/2532ฎีกา 4604/2533ฎีกา 3801/2534ฎีกา 42/2518ฎีกา 744/2552ฎีกา 2653/2541ฎีกา 3711/2534ฎีกา 3056/2535ฎีกา 3407/2551ฎีกา 4708/2542ฎีกา 2227/2534ฎีกา 350/2531ฎีกา 5990/2552ฎีกา 2230/2544ฎีกา 888/2519ฎีกา 85/2529ฎีกา 894/2521ฎีกา 3046/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ