⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 729/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 729/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการสาขาของนิติบุคคลมิใช่ผู้แทนเจ้าหนี้ ดังนั้นข้อเท็จจริงที่ผู้จัดการสาขารับรู้จึงไม่ผูกพันนิติบุคคลเจ้าหนี้ เว้นแต่กรรมการผู้จัดการของนิติบุคคลจะรับรู้ด้วย

ย่อคำพิพากษา

ผู้จัดการสาขามิใช่ผู้แทนเจ้าหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคล ดังนั้นข้อเท็จจริงใดที่ผู้จัดการสาขารับรู้หาผูกพันให้เจ้าหนี้ต้องรับรู้ไม่ เมื่อกรรมการผู้จัดการของเจ้าหนี้ไม่รู้ถึงการก่อหนี้ที่เจ้าหนี้นำมาขอรับชำระในคดีนี้ หนี้ดังกล่าวจึงมิใช่หนี้ซึ่งเจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.70 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.107

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ทั้งสองไว้เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้รวม 3 ฉบับ จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เป็นหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำนวน105,855,068.28 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสองหนี้ตามคำพิพากษาจำนวน 62,672,231.11 บาทและหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 20,560,970.86 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้แล้วไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วทำความเห็นเสนอศาลชั้นต้นว่า เจ้าหนี้โดยกรรมการผู้มีอำนาจยอมให้ลูกหนี้ก่อหนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินพอจะชำระหนี้ได้ จึงเป็นหนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นทั้ง ๆ ที่รู้ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เห็นควรให้ยกคำขอรับชำระหนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ทั้งสามฉบับเป็นเงิน 105,855,068.28 บาท62,672,231.11 บาท และ 20,560,970.86 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เจ้าหนี้เป็นนิติบุคคล ดำเนินการในรูปบริษัท บริหารงานโดยคณะกรรมการของบริษัท แม้จะได้ความว่าลูกหนี้ที่ 1 สนิทสนมกับกรรมการผู้จัดการคนหนึ่งของเจ้าหนี้ แต่ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ากรรมการผู้จัดการดังกล่าวได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวในขณะก่อให้เกิดหนี้ หนี้ทั้ง 3 ราย เกิดขึ้นตามสัญญากู้ยืมซึ่งกระทำระหว่างลูกหนี้กับผู้จัดการสาขาของเจ้าหนี้ซึ่งเป็นพนักงานของเจ้าหนี้ ผู้จัดการสาขามิใช่ผู้แทนเจ้าหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคล ดังนั้น ข้อเท็จจริงใดแม้ผู้จัดการสาขารับรู้หาผูกพันให้เจ้าหนี้ต้องรับรู้ไม่ เจ้าหนี้ยังไม่ทราบถึงการก่อหนี้ทั้ง 3 รายนี้ หนี้ทั้ง 3 ราย จึงมิใช่หนี้ซึ่งเจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้น เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้กำหนดให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้คนใด จึงเห็นควรกำหนดให้ครบถ้วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน105,855,068.28 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสอง และได้รับชำระหนี้จำนวน 62,672,231.11 บาท และ 20,560,970.86 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 729/2536 ธนาคาร กรุงเทพ ฯ พาณิชย์ การ จำกัด โจทก์ เจ้าหนี้ โจทก์ ธนาคาร กรุงเทพ ฯ พาณิชย์ การ จำกัด โจทก์ นาย วีระเดช ทรงชัยกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ ฯ พาณิชย์ การ จำกัด · โจทก์ - เจ้าหนี้ · โจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ ฯ พาณิชย์ การ จำกัด · จำเลย - นาย วีระเดช ทรงชัยกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทวัส อยู่วัฒนา · บุญส่ง วรรณกลาง · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 2032/2542ฎีกา 4642/2540ฎีกา 5735/2538ฎีกา 1235/2567ฎีกา 1252/2530ฎีกา 8080/2538ฎีกา 865/2510ฎีกา 9487/2558ฎีกา 9842/2544ฎีกา 946/2509ฎีกา 2634/2534ฎีกา 374/2534ฎีกา 4851/2545ฎีกา 10757/2553ฎีกา 997/2510ฎีกา 7400/2540ฎีกา 1679/2551ฎีกา 1890/2537ฎีกา 3145/2535ฎีกา 2649/2522ฎีกา 3642/2554ฎีกา 6555/2542ฎีกา 3551/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา