⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1235/2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2567

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้แทนโดยชอบธรรมของนิติบุคคลที่กระทำการตามวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล ย่อมไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวตาม ป.พ.พ. มาตรา 433 หากการกระทำนั้นไม่ได้กระทำนอกขอบวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เป็นเพียงกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการอันอยู่ในฐานะผู้แทนบริษัทจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคหนึ่ง การมีเสือไว้ในครอบครองและดูแลรักษาก็เพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งแสดงออกโดยจำเลยที่ 2 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคสอง และเหตุเกิดขึ้นที่สวนสัตว์อันเป็นกิจการของจำเลยที่ 1 ทั้งตามพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบก็ได้ความว่า มีพนักงานจำเลยที่ 1 เป็นผู้ดูแลเสือโดยเฉพาะ โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้รับเลี้ยงเสือด้วย จำเลยที่ 2 คงมีความเกี่ยวข้องในฐานะผู้แทนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1167 มิได้เลี้ยงหรือดูแลเสือโดยตรง จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ดูแลหรือรับเลี้ยงรับรักษาสัตว์ไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 433 อันจะก่อให้เกิดหน้าที่และความรับผิดชอบ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 กระทำการใดนอกขอบวัตถุประสงค์ของบริษัทจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.70 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.433 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1167

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระเงิน 10,000,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,556,476 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 กรกฎาคม 2563) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง (ที่ถูก โจทก์) โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดเฉพาะในส่วนค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในส่วนนี้จำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ได้รับการยกเว้นนั้นให้จำเลยทั้งสามนำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 กรกฎาคม 2563) ถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น กับให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ และให้คืนค่าส่งคำคู่ความแก่โจทก์จำนวน 1,540 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสวนสัตว์ โดยเก็บค่าบริการเข้าชมสัตว์จากนักท่องเที่ยวใช้ชื่อว่า สวนสัตว์ ห. มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการประกันภัยสำหรับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของนักท่องเที่ยวเนื่องจากอุบัติเหตุจากสัตว์ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 เวลา 10.30 นาฬิกา โจทก์กับนายราฟี กับนางราเชล บิดาและมารดาไปเที่ยวที่สวนสัตว์ ห. ของจำเลยที่ 1 ระหว่างที่เที่ยวชม ประตูกรงเสือเปิดออกทำให้เสือหลุดออกจากกรงมากัดที่ศีรษะและใบหน้าของโจทก์จนได้รับบาดเจ็บ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากจำเลยที่ 1 มิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการเลี้ยงดูเสือซึ่งเป็นสัตว์ดุร้าย ความรับผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ยุติไปตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ฎีกาเพียงประการเดียวว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือไม่ นั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องในทำนองว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้เลี้ยงดูและเป็นเจ้าของเสือจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในค่ารักษาพยาบาลโจทก์ก็ตาม แต่จำเลยที่ 2 เป็นเพียงกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการอันอยู่ในฐานะผู้แทนจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคหนึ่ง การมีเสือไว้ในครอบครองและดูแลรักษาก็เพื่อใช้ในกิจการตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งแสดงออกโดยจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคสอง และเหตุเกิดขึ้นที่สวนสัตว์อันเป็นกิจการจำเลยที่ 1 ทั้งตามพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบก็ได้ความว่า มีพนักงานของจำเลยที่ 1 เป็นผู้ดูแลเสือดังกล่าวโดยเฉพาะโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้รับเลี้ยงเสือด้วยแต่อย่างใด จำเลยที่ 2 คงมีความเกี่ยวข้องในฐานะผู้แทนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167 มิได้เลี้ยงหรือดูแลเสือโดยตรง จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ดูแลสัตว์หรือรับเลี้ยงรับรักษาสัตว์ไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 อันจะก่อให้เกิดหน้าที่และความรับผิดแก่จำเลยที่ 2 แต่อย่างใด ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 กระทำการใดนอกขอบวัตถุประสงค์ของบริษัทจำเลยที่ 1 อันจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการส่วนตัว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้จำเลยที่ 2 รับผิดต่อโจทก์ในฐานะส่วนตัวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2567 เด็กชาย อ. โดยนาย ร. และนาง ร. ผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ บริษัท ห. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เด็กชาย อ. โดยนาย ร. และนาง ร. ผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - บริษัท ห. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล · ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ · สมชาย อุดมศรีสำราญ
แหล่งที่มาหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำผบ.(พ)376/2566

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 1235/2518ฎีกา 5735/2538ฎีกา 558/2553ฎีกา 9842/2544ฎีกา 6258/2550ฎีกา 2159/2542ฎีกา 7168/2542ฎีกา 10757/2553ฎีกา 7400/2540ฎีกา 1141/2502ฎีกา 3145/2535ฎีกา 1630/2509ฎีกา 3642/2554ฎีกา 3551/2543ฎีกา 3160/2545ฎีกา 3776/2547ฎีกา 6807/2539ฎีกา 2269/2543ฎีกา 1532/2537ฎีกา 1448/2520ฎีกา 4115/2556ฎีกา 1361/2527ฎีกา 854/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา