⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1141/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1141/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย: * กรรมการบริษัทมีหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวังในการจัดการกิจการของบริษัท หากละเลยหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทและผู้ถือหุ้น กรรมการต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน * ค่าเสียหายในพฤติการณ์พิเศษนอกเหนือจากค่าเช่าที่ผู้เช่าออกจากสถานที่เช่าเนิ่นช้า จะเรียกร้องได้ก็ต่อเมื่อผู้เช่าได้รู้ถึงความเสียหายพิเศษนั้นในระยะเวลาอันสมควรก่อนถึงกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นประธานกรรมการบริษัทจำเลยและเป็นเจ้าของที่ดินและตึกซึ่งบริษัทจำเลยเช่าอยู่ โจทก์ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินและตึกให้แก่ผู้ซื้อ โดยมีเงื่อนไขเป็นสาระสำคัญว่า โจทก์รับรองจะให้บริษัทจำเลยออกจากตึกและให้ผู้ซื้อเข้าครอบครองที่ดินและตึกภายใน 3 เดือน นับแต่วันทำสัญญา ถ้าโจทก์ไม่สามารถปฏิบัติได้ โจทก์ยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นเงิน 160,000 บาท โจทก์ได้แจ้งให้บริษัทจำเลยออกจากที่ดินและตึกภายใน 3 เดือน ก่อนครบกำหนด 3 เดือน เพียง 1 วัน โจทก์จึงได้แจ้งให้บริษัทจำเลยทราบว่า ถ้าโจทก์ส่งมอบที่ดินและตึกให้แก่ผู้ซื้อไม่ได้ตามกำหนด โจทก์จะถูกผู้ซื้อเรียกค่าเสียหาย ดังนี้ถือว่าโจทก์เป็นประธานกรรมการบริษัทจำเลยมีหน้าที่จะต้องใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1167 โจทก์กลับปกปิดความจริงเรื่องที่จะต้องถูกผู้ซื้อที่ดินและตึกเรียกค่าเสียหาย เพิ่งแจ้งให้บริษัททราบต่อเมื่ออีก 1 วันจะต้องถูกผู้ซื้อปรับ การกระทำของโจทก์เป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ผิดวิสัยบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวังจะพึงปฏิบัติ ทำให้บริษัทจำเลยและผู้ถือหุ้นทั้งหลายต้องเสียหาย โจทก์จะนำผลแห่งความละเมิดของตนมาฟ้องร้องเรียกเบี้ยปรับที่โจทก์ต้องเสียแก่ผู้ซื้อไปและค่าเสียหายอื่น ๆ จากบริษัทจำเลยหาได้ไม่ ค่าสินไหมทดแทนในการที่ผู้เช่าออกจากสถานที่เช่าเนิ่นช้า นั้น ตามธรรมดาควรจะเป็นจำนวนเท่ากับค่าเช่าเป็นรายวัน ส่วนค่าเสียหายอื่นนอกจากนี้ นับว่าเป็นค่าเสียหายในพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งผู้เช่าจะต้องรู้ถึงความเสียหายพิเศษนี้ในระยะเวลาอันสมควรก่อนที่ตกลงไว้ว่าจะออกจากสถานที่เช่า ผู้ให้เช่าจึงเรียกร้องค่าเสียหายในพฤติการณ์พิเศษนี้จากผู้เช่าได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1167 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1168

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมบริษัทจำเลยที่๑ ได้เช่าตึกของโจทก์โดยมิได้ทำสัญญาเป็นหนังสือ ต่อมาโจทก์จะขายที่ดินและตึกดังกล่าว จึงบอกเลิกการเช่าและให้จำเลยย้ายไปที่อื่นภายใน ๓ เดือน เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๙๘ โจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายที่ดินและตึกให้แก่นายจรูญ สีบุญเรือง ในราคา ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีเงื่อนไข เป็นสาระสำคัญว่า โจทก์รับรองจะให้จำเลยออกจากตึกและให้นายจรูญเข้าครอบครองที่ดินและตึกภายใน ๓ เดือน นับแต่วันทำสัญญา มิฉะนั้นจะต้องใช้ค่าปรับ ๑๖๐,๐๐๐ บาท จำเลยขืนครอบครองตึกเป็นเหตุให้ส่งมอบตึกให้นายจรูญ ไม่ได้ตามกำหนด โจทก์จึงฟ้องเรียกเบี้ยปรับที่โจทก์ต้องเสียแต่นายจรูญ และค่าเสียหายอื่น ๆ อีก จำเลยให้การว่า จำเลยได้เช่าตึกของโจทก์จริง โจทก์เป็นผู้เริ่มตั้งบริษัทจำเลย เป็นผู้ถือหุ้นจำนวนมาก และเป็นประธานกรรมการบริษัท จำเลยตลอดมา โจทก์กระทำการไม่สุจริตเพราะโกรธเคืองบริษัท จำเลยไม่ซื้อที่ดินและตึกของโจทก์ โจทก์จึงหาทางแกล้งฟ้องจำเลยและปฏิเสธความรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินให้โจทก์ ๑๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย และยกฟ้องจำเลยที่ ๒ โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ เสียด้วย นอกนั้นยืนตาม โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ในคดีนี้เป็นบุคคลที่อยู่ใน ๒ ฐานะ คือเป็นเจ้าของผู้ให้เช่าที่ดิน และตึกพิพาทฐานะหนึ่ง และเป็นประธานกรรมการบริษัทจำกัดอีกฐานะหนึ่ง โจทก์ในฐานะที่เป็นกรรมการบริษัทของจำเลยจึงมีหน้าที่จะต้องใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวังตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๖๗ เพื่อประโยชน์แก้ผู้ถือหุ้นทั้งหลาย เป็นหน้าที่ที่กฎหมายบังคับไว้ ส่วนเรื่องค่าสินไหมทดแทนการที่จำเลยออกจากสถานที่เช่าเนิ่นช้านั้น ตามธรรมดาควรจะเป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าเช่าเป็นรายวันไป ค่าเสียหายอื่นนอกจากนี้นับว่าเป็นค่าเสียหายในพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งผู้เช่าจะต้องรู้ถึงความเสียหายพิเศษนี้ในระยะเวลาอันสมควรก่อนวันที่ตกลงไว้ว่าจะออกจากสถานที่เช่า โจทก์ได้ทราบความเสียหายพิเศษนี้ดีอยู่แล้ว โจทก์ทำสัญญายอมให้นายจรูญปรับ ถ้าส่งมอบที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ได้ภายใน ๓ เดือน นับแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๙๘ ซึ่งจะครบ ๓ เดือน ในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๔๙๘ โจทก์เพิ่งแจ้งความเสียหายในพฤติการณ์พิเศษนี้ไปถึงทางการของบริษัทจำเลยให้ทราบเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๔๙๘ โจทก์ปกปิดความจริงอันควรบอกให้แจ้งเพื่อฟ้องกันความเสียหายของบริษัทจำเลยซึ่งตนเป็นประธานกรรมการอยู่ตลอดเวลา ๓ เดือน เพิ่งบอกแจ้งให้ทางการบริษัททราบเมื่ออีก ๑ วัน จะต้องถูกนายจรูญปรับ ทางการบริษัทไม่สามารถขนย้ายได้ทัน ในวันที่ ๓ กันยายน ๒๔๙๘ โจทก์ได้ชำระเงิน ๑๖๐,๐๐๐ บาทและเงินมัดจำที่ว่าได้รับไว้ในนายจรูญทันที การกระทำของโจทก์ในฐานประธานกรรมการของบริษัทจำเลยเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ผิดวิสัยของบุคคลค้าขายผู้ประกอบการด้วยความระมัดระวัง จะพึงปฏิบัติ ทำให้บริษัทและผู้ถือหุ้นทั้งหลายต้องเสียหายโจทก์จะนำผลแห่งความละเมิดของตนมาฟ้องร้องเอาประโยชน์จากบริษัทจำเลยไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1141/2502 นายฉวี โกมลกิติ โจทก์ บริษัท ยูไนเต็ดมอเตอร์เวอร์ค จำกัด ที่ 1 นายวัง เวงมี ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฉวี โกมลกิติ · จำเลย - บริษัท ยูไนเต็ดมอเตอร์เวอร์ค จำกัด ที่ 1 นายวัง เวงมี ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ไชยเจริญ สันติศิริ · พิทักษ์มนูศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพร สุขารมณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด นาวีเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา