คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9442/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บริษัทให้สัตยาบันในการกระทำของกรรมการที่ลงชื่อในเช็คไม่ถูกต้องตามข้อบังคับ บริษัทนั้นย่อมผูกพันตามเช็ค และกรรมการที่ลงชื่อเพียงคนเดียวไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
ย่อคำพิพากษา
แม้เช็คพิพาทจำเลยที่ 2 ลงชื่อในเช็คแต่ผู้เดียวและประทับตราบริษัทจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ถูกต้องตามข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ที่ต้องมีจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อร่วมกับกรรมการอื่นอีกหนึ่งคน และประทับตราสำคัญของบริษัทก็ตาม แต่บริษัทจำเลยที่ 1 ก็ให้การยอมรับว่า จำเลยที่ 1 ได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อค้ำประกันการกู้ยืมของจำเลยที่ 1 เท่ากับเป็นการให้สัตยาบัน บริษัทจำเลยที่ 1 ต้องผูกพันรับผิดตามเช็คแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 823 , 1167 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๒๒๗,๓๕๐.๘๐ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๒๔,๕๔๔ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อค้ำประกันการกู้ยืมของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ได้ผ่อนชำระให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๒๒๔,๕๔๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๐ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๒๔,๕๔๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๐ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้เช็คพิพาทเอกสารหมาย จ. ๒ จำเลยที่ ๒ ลงชื่อในเช็คแต่ผู้เดียวและประทับตราบริษัทจำเลยที่ ๑ ซึ่งไม่ถูกต้องตามข้อบังคับของจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ. ๑ ที่ต้องมีจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อร่วมกับกรรมการอื่นอีกหนึ่งคน และประทับตราสำคัญของบริษัทก็ตาม แต่บริษัทจำเลยที่ ๑ ก็ให้การยอมรับว่าจำเลยที่ ๑ ได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อค้ำประกันการกู้ยืมของจำเลยที่ ๑ จึงเท่ากับเป็นการให้สัตยาบัน บริษัทจำเลยที่ ๑ จึงต้องผูกพันรับผิดตามเช็คแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๘๒๓ , ๑๑๖๗ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9442/2542
นายสุรัตน์ เจียมพัฒนาตระกูล โจทก์
บริษัทอมรทรัพย์ จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุรัตน์ เจียมพัฒนาตระกูล · จำเลย - บริษัทอมรทรัพย์ จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเทพ ศิริพากย์ · ระพินทร บรรจงศิลป · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายนรินทร์ สมัครเขตการ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ ศรไชย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา