⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2026/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุตรหลอกลวงมารดาให้กดลายพิมพ์นิ้วมือเพื่อนำไปทำเอกสารสิทธิโดยไม่สุจริต ถือเป็นนิติกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

มารดากับบุตรมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิในที่ดินร่วมกัน ภายหลังบุตรขอให้มารดากดลายพิมพ์นิ้วมือให้ โดยอ้างว่าจะไปขึ้นเงินจำนองที่ดินรายนี้ ครั้นมารดากดลายพิมพ์นิ้วมือให้ไปแล้ว บุตรกลับไปทำเป็นหนังสือมอบอำนาจของมารดาให้บุตรเป็นผู้จัดการยกกรรมสิทธิที่ดินส่วนของมารดาให้แก่บุตร และบุตรได้ดำเนินการมาจนเจ้าพนักงานที่ดินทำนิติกรรมยกให้ที่ดินส่วนมารดาเป็นกรรมสิทธิของบุตร ดังนี้ มารดาย่อมมีสิทธิขอให้เพิกถอนการให้นี้ได้ เพราะถือได้ว่านิติกรรมการให้ดั่งกล่าว เป็นการไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.823

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยต่างมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๑๑๘๙ จำเลยกับพวกได้ใช้อุบายหลอกลวงให้โจทก์กดพิมพ์ลายนิ้วมือไป โดยอ้างว่าเอาไปไว้เพื่อป้องกันทรัพย์สินบ้าง และเอาไปเพื่อขอขึ้นเงินจำนองจากสหกรณ์บ้าง เนื่องจากโจทก์และจำเลยเอาที่ดินแปลงนี้จำนองไว้ กับสหกรณ์เจริญผล แล้วจำเลยกลับเอาลายพิมพ์นิ้วมือของโจทก์ไปทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยจัดการทำสัญญาให้กรรมสิทธิที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ ซึ่งมีอยู่ในที่ดินแปลงนี้แก่จำเลย จนเจ้าพนักงานที่ดินทำนิติกรรมยกกรรมสิทธิที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ให้ตกเป็นกรรมสิทธิของจำเลย โจทก์เพิ่งทราบภายหลัง จึงขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให้นี้เสีย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทำลายนิติกรรมดังกล่าว ให้หอทะเบียนแก้ทะเบียนคงให้มีชื่อโจทก์จำเลยเป็นเจ้าของตามเดิม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อฎีกาของจำเลยที่ขอให้ถือข้อเท็จจริงในคดีอาญานั้น ปรากฎว่าคดีนั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเป็นใจความว่า โจทก์สืบไม่ได้ความชัดเนื่องจากโจทก์ไม่รับรองลายพิมพ์นิ้วมือของตนในใบมอบอำนาจครั้งที่ ๓ คดีจึงไม่มีมูลพอที่จะให้รับไว้พิจารณาทางอาญาแต่ไม่ตัดสิทธิที่โจทก์จะฟ้องร้องทางแพ่งใหม่ ดังนี้ คำพิพากษาคดีอาญายังหาได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงในประเด็นที่กล่าวกันในทางแพ่งนี้ไม่ ศาลจึงชอบที่จะฟังข้อเท็จจริง ที่สืบกันในคดีแพ่งนี้ต่อไป และฟังตามศาลชั้นต้นว่า โจทก์ไม่ได้ประสงค์จะยกที่ดินส่วนของโจทก์ให้จำเลย ๆ ทำไปผิดความประสงค์ของโจทก์ นิติกรรมยกให้จึงไม่ชอบ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว คงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2494 นายมี ออสมาน โจทก์ นางทองคำ คำมั่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมี ออสมาน · จำเลย - นางทองคำ คำมั่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ประมูล สุวรรณศร · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงหบุรี - นายวรุณ นุมานิต · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2467/2526ฎีกา 5470/2537ฎีกา 3616/2558ฎีกา 225/2530ฎีกา 5219/2531ฎีกา 946/2509ฎีกา 6258/2550ฎีกา 271/2487ฎีกา 319/2530ฎีกา 488/2472ฎีกา 1568/2497ฎีกา 1630/2509ฎีกา 1130/2544ฎีกา 2224/2528ฎีกา 312/2534ฎีกา 3601/2542ฎีกา 1657/2503ฎีกา 5832/2541ฎีกา 1906/2519ฎีกา 7872/2542ฎีกา 279/2513ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 100/2497ฎีกา 2957/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา