⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1501/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1501/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อนายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการให้สันนิษฐานได้ว่าบุคคลนั้นเข้าทำสัญญาแล้ว นายหน้าย่อมมีสิทธิได้รับบำเหน็จ แม้สัญญาจะเลิกกันในภายหลังก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยตกลงให้ค่านายหน้าแก่โจทก์ที่ 2 และที่ 3ที่ชี้ช่องจนจำเลยสามารถขายที่ดินแก่โจทก์ที่ 1 ได้เมื่อจำเลยกับโจทก์ที่ 1 ได้เข้าทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกันจำเลยต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จนายหน้าให้แก่โจทก์ที่ 2และที่ 3 แม้ต่อมาสัญญาจะซื้อขายเป็นอันเลิกกันด้วยเหตุใดจำเลยก็ต้องชำระค่าบำเหน็จนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.845

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแจ้งแก่โจทก์ทั้งสามว่า จะขายที่ดินในราคา 16,530,000 บาท หากโจทก์ทั้งสามารถชี้ช่องหรือแนะนำบุคคลใดมาซื้อที่ดินได้จะให้ค่าบำเหน็จนายหน้าแก่โจทก์ทั้งสามคนละ 100,000 บาท จะจ่ายให้ในวันที่ 5 ตุลาคม 2532 หากจำเลยผิดสัญญายอมเสียดอกเบี้ยให้อีกในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในวันเดียวกันนั้นเอง โจทก์ทั้งสามได้ให้โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินจำเลยโดยผู้จะซื้อชำระค่าที่ดินบางส่วนจำนวน 1,000,000 บาทด้วยเช็ค และจำเลยได้รับเงินดังกล่าวไปแล้ว การที่จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายกันเป็นผลสำเร็จเพราะโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ชี้ช่องและจัดการให้เข้าทำสัญญากัน แต่เมื่อถึงวันครบกำหนดชำระค่านายหน้า จำเลยไม่ยอมชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระแก่โจทก์คนละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 300,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องอีกคนละ 13,280 บาท และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี แก่โจทก์แต่ละคนจากต้นเงินคนละ100,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า เมื่อโจทก์ที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อขายกับจำเลยแล้ว ถึงกำหนดนัดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและชำระค่าที่ดินส่วนที่เหลือกันในวันที่ 5 ตุลาคม 2532 โจทก์ที่ 1 ไม่ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ตามกำหนดและไม่มีตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารอาวัล ไปชำระแก่จำเลย โจทก์ที่ 1 จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ทำให้สัญญาจะซื้อขายเป็นอันยกเลิก ผลการชี้ช่องของโจทก์ทั้งสามให้จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายจึงไม่เป็นผล สัญญาให้บำเหน็จนายหน้าต้องสิ้นสุดลง โจทก์ทั้งสามไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จนายหน้า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระแก่โจทก์ทั้งสามคนละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2532 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาว่าตามสัญญาให้ค่าบำเหน็จนายหน้า เอกสารหมาย จ.2 มีข้อความระบุไว้ว่า "...สำหรับการที่บุคคลทั้งสาม เป็นผู้ชี้ช่องจนข้าพเจ้าสามารถขายที่ดินโฉนดเลขที่... เนื้อที่ 87 ไร่ได้ โดยจะชำระในวันที่ 5 ตุลาคม 2532..." มีความหมายว่า โจทก์ที่ 1 และจำเลยจะต้องมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและชำระค่าที่ดินกันจึงจะถือว่า จำเลยสามารถขายที่ดินได้และมีหน้าที่ชำระค่าบำเหน็จนายหน้านั้น เห็นว่า เกี่ยวกับสัญญานายหน้าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 บัญญัติว่า "บุคคลใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้า เพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดีจัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จเนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าชี้ช่องหรือได้จัดการนั้น..."สัญญานายหน้าจึงเป็นสัญญา ซึ่งบุคคลคนหนึ่งตกลงให้นายหน้าเป็นผู้ชี้ช่องหรือจัดการให้เขาได้ทำสัญญากับบุคคลภายนอกและนายหน้ารับกระทำการตามนั้น เมื่อได้ชี้ช่องหรือจัดการให้เขาได้ทำสัญญากันแล้ว นายหน้าก็จะได้บำเหน็จตามที่ตกลงกันไว้และคำว่าสัญญาสำเร็จมิได้หมายความว่าสำเร็จถึงขนาดจัดการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแก่กัน เพียงแต่นายหน้าได้ทำการชี้ช่องให้คู่กรณีได้ทำสัญญาเป็นการผูกมัดกันตามกฎหมาย นายหน้าก็หมดหน้าที่เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติว่า โจทก์ที่ 2 และที่ 3 ชี้ช่องหรือจัดการให้จำเลยกับโจทก์ที่ 1 ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายที่ดินกันจำเลยต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จนายหน้าให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3หาใช่จะต้องมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและชำระราคาต่อกันครบถ้วน จำเลยจึงจะมีหน้าที่ชำระค่าบำเหน็จนายหน้าดังจำเลยฎีกาไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1501/2538 นาย ไพบูลย์ หรูจิตรวัฒ นา กับพวก โจทก์ นางสาว วัน นา เลิศ จิต ต์ พิพัฒน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ไพบูลย์ หรูจิตรวัฒ นา กับพวก · จำเลย - นางสาว วัน นา เลิศ จิต ต์ พิพัฒน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1000/2496ฎีกา 827/2523ฎีกา 6056/2534ฎีกา 56/2520ฎีกา 7550/2550ฎีกา 446/2473ฎีกา 524/2537ฎีกา 8543/2544ฎีกา 2750/2530ฎีกา 5138/2531ฎีกา 257/2522ฎีกา 544/2500ฎีกา 3592/2532ฎีกา 395/2525ฎีกา 991/2545ฎีกา 4767/2565ฎีกา 5419/2537ฎีกา 794/2533ฎีกา 575/2509ฎีกา 517/2494ฎีกา 186/2510ฎีกา 1249/2506ฎีกา 5103/2539ฎีกา 704/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา