คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3060/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การไม่ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้เสียภาษีหมดสิทธิฟ้องหรืออุทธรณ์ต่อศาล.
* การประเมินอากรขาเข้าจะชอบด้วยกฎหมายหากมีการแจ้งรายการสำคัญ เช่น จำนวนภาษีที่สำแดง ประกันภาษี ภาษีที่ประเมินเพิ่ม และเงินเพิ่ม.
* การอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจะถูกห้าม หากจำนวนภาษีที่ต้องชำระเพิ่มไม่เกินที่กฎหมายกำหนด.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์มิได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องหรือยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรในเรื่องเกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล
การประเมินอากรขาเข้ากฎหมายมิได้กำหนดว่าจะต้องมีรายละเอียดอย่างไร การที่เจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบโดยมีรายการเกี่ยวกับจำนวนเงินอากรขาเข้าที่สำแดง เงินประกันภาษีอากร ภาษีอากรที่ประเมินเพิ่มและเงินเพิ่ม นับว่าเป็นการประเมินที่ชอบและถูกต้องแล้ว
เมื่อจำนวนภาษีอากรที่โจทก์ต้องชำระเพิ่มตามแบบแจ้งการประเมินจำนวน 2 ฉบับ ซึ่งนำเข้าในวันเดียวกัน อันถือเป็นทุนทรัพย์แห่งคดีมีจำนวนไม่เกินห้าหมื่นบาท จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 25
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลรัษฎากร ม.30 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.2
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - กรมศุลกากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิเวศน์ คำผอง · จรัญ หัตถกรรม · ชลอ บุณยเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลภาษีอากรกลาง - นายวรนาถ ภูมิถาวร · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา