คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 761/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาบัญชีเดินสะพัดย่อมเลิกกันเมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญา หรือเมื่อผู้กู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้คงเหลือตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดจะเกิดขึ้นเมื่อมีการหักทอนบัญชีและเรียกร้องให้ชำระหนี้อันเป็นการเลิกสัญญา
ย่อคำพิพากษา
สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยที่ 1 ไม่มีกำหนดระยะเวลาให้ชำระหนี้เสร็จสิ้นเมื่อใด สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ของผู้ร้องจึงเกิดขึ้นเมื่อมีการหักทอนบัญชีและเรียกร้องให้ชำระหนี้คงเหลืออันเป็นการเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 856, 859 ดังนี้ แม้จำเลยที่ 1 จะเดินสะพัดทางบัญชีครั้งสุดท้ายในวันที่ 29 กรกฎาคม 2524 และหลังจากนั้นไม่มีการเดินสะพัดทางบัญชีอีก แต่เมื่อไม่มีฝ่ายใดบอกเลิกสัญญาต่อกัน สัญญาบัญชีเดินสะพัดก็ยังไม่สิ้นสุด เมื่อจำเลยที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2532 สัญญาบัญชีเดินสะพัดต้องเลิกกันไปโดยปริยาย สิทธิเรียกร้องของผู้ร้องตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจึงเกิดขึ้นนับแต่นั้น ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์2535 ขอให้บังคับทรัพย์จำนองจึงยังไม่พ้นกำหนด 10 ปี หนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีอันเป็นหนี้ประธานไม่ขาดอายุความ ผู้ร้องมีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2532 ซึ่งเป็นวันที่ถือว่าสัญญาบัญชีเดินสะพัดเลิกกันได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงเทพฯ- · จำกัด - พาณิชย์การ · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - นายสุวิทย์ ตันติสุนทรชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมิทธิ์ วราอุบล · สมาน เวทวินิจ · บรรเทิง มุลพรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมบัติ อรรถพิมล · ศาลอุทธรณ์ - นายอัธยา ดิษยบุตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา