คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7855/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมที่สืบเนื่องมาจากสัญญาจะซื้อจะขายอันเกิดจากการชี้ช่องของนายหน้า ย่อมมีผลสืบเนื่องมาจากการชี้ช่องของนายหน้าด้วย ทำให้นายหน้ามีสิทธิได้รับบำเหน็จ
2. สัญญานายหน้าเป็นสัญญาต่างหากจากสัญญาจะซื้อจะขาย แม้จะมีการบันทึกเรื่องค่าบำเหน็จนายหน้าไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย ก็ไม่ทำให้สัญญาค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นสัญญาอุปกรณ์ของสัญญาจะซื้อจะขาย และการฟ้องเรียกเอาบำเหน็จนายหน้ามีอายุความ 10 ปี
ย่อคำพิพากษา
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทระหว่าง ม. กับจำเลยเกิดจากการชี้ช่องของโจทก์ แม้ต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาและ ม.ฟ้องจำเลยแต่จำเลยก็ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลยอมโอนที่ดินพิพาทให้นาย ม.หรือบุคคลที่ ม.ประสงค์ ศาลพิพากษาตามยอม ภายหลังจำเลยได้ปฏิบัติตามโดยโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่บริษัท ช. ที่ ม.ประสงค์ ซึ่งตรงกับราคาที่ระบุในสัญญาจะซื้อจะขาย ดังนี้สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมดังกล่าวจึงมีผลสืบเนื่องมาจากสัญญาจะซื้อจะขาย เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายมีผลสืบเนื่องมาจากการชี้ช่องของโจทก์ สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมก็ย่อมมีผลสืบเนื่องมาจากการชี้ช่องของโจทก์ด้วย โจทก์จึงมีสิทธิได้รับบำเหน็จค่านายหน้าจากจำเลย
สัญญานายหน้าเป็นสัญญาที่แยกต่างหากจากสัญญาจะซื้อจะขายแม้ตามสัญญาจะซื้อจะขายจะบันทึกเรื่องที่จำเลยตกลงให้ค่าบำเหน็จนายหน้าแก่โจทก์ไว้ก็หาทำให้สัญญาค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นสัญญาอุปกรณ์ของสัญญาจะซื้อจะขายไม่ โจทก์ฟ้องเรียกเอาบำเหน็จนายหน้าไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้ จึงมีอายุความ 10 ปี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไมตรี อยู่คงดี · จำเลย - นายเสรี มโยทาร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สันติ ทักราล · อุดม มั่งมีดี · สวรรค์ ศักดารักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุรชัย กมลสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย ชื่นชมพูนุท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา