คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4521/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งต่อบุคคลหนึ่งแต่ผลไปเกิดแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง หากผู้กระทำมีเจตนาฆ่าบุคคลแรก ผลที่เกิดแก่บุคคลที่สองนั้นถือว่าผู้กระทำมีเจตนาฆ่าบุคคลที่สองด้วย.
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยชักอาวุธปืนออกมาแล้วจ้องไปทางโจทก์ร่วมโดยนิ้วมือของจำเลยอยู่ที่ไกปืนพร้อมที่จะยิงได้ทันที แสดงว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าโจทก์ร่วมหากแต่ผู้ตายเข้าแย่งอาวุธปืนจากมือของจำเลยเสียในทันใด กระสุนปืนที่ออกจากลำกล้องจึงเฉไปไม่ถูกโจทก์ร่วมถือได้ว่ากระสุนปืนที่ลั่นพลาดไปถูกผู้ตายจนถึงแก่ความตายนั้น จำเลยได้กระทำโดยเจตนาฆ่าผู้ตายตาม ป.อ. มาตรา 60 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 และมาตรา288 ประกอบด้วยมาตรา 60 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง · โจทก์ร่วม - นายสมเกียรติ คงทน · จำเลย - นายพิทยา แสงขำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ บุณยเนตร · สมมาตร พรหมานุกูล · กอบเกียรติ รัตนพานิช |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปากพนัง - นายสุรวุฒิ เชาวลิต · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวุฒินันท์ สุขสว่าง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา