คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5293/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดค่าทดแทนในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ทั้งหมด และหากที่ดินส่วนที่เหลือมีราคาสูงขึ้นจากการเวนคืน จะต้องนำราคาที่สูงขึ้นนั้นมาหักออกจากค่าทดแทนที่ต้องจ่ายให้แก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ แม้จะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณที่ชัดเจนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา9 วรรคสี่ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534 บัญญัติว่า ในการกำหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์และจำนวนเงินค่าทดแทน ให้คณะกรรมการกำหนดโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามมาตรา 18 มาตรา 21 มาตรา 22 และมาตรา 24 ทั้งนี้ในข้อ 5 ของประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติดังกล่าวบัญญัติว่าบทบัญญัติมาตรา 9 วรรคสี่ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมนั้นให้มีผลใช้บังคับแก่การเวนคืนซึ่งการกำหนดราคาเบื้องต้น การจัดซื้อ การจ่ายหรือการวางค่าทดแทน การอุทธรณ์หรือการฟ้องคดียังไม่เสร็จเด็ดขาดในวันที่ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับดังกล่าวใช้บังคับด้วย จากบทบัญญัติดังกล่าวย่อมเห็นได้ว่า เมื่อคดีของโจทก์ยังไม่เสร็จเด็ดขาด การกำหนดค่าทดแทนจึงต้องพิจารณาโดยใช้หลักเกณฑ์ทั้ง 5 ประการ ของมาตรา 21 มิใช่เพียงข้อหนึ่งข้อใด
กรณีที่การเวนคืนทำให้ที่ดินที่เหลือของโจทก์มีราคาสูงขึ้นต้องบังคับตามหลักการเบื้องต้นที่ พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530มาตรา 21 วรรคสอง บัญญัติไว้ กล่าวคือ จะต้องเอาราคาที่สูงขึ้นนั้นมาหักออกจากเงินค่าทดแทนที่จะต้องจ่ายให้แก่โจทก์ ส่วนวิธีการคำนวณหาราคาที่สูงขึ้นดังกล่าวเมื่อขณะที่ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาตามที่มาตรา 21 วรรคสี่บัญญัติไว้ออกใช้บังคับก็จะต้องอาศัยหลักเกณฑ์หรือมาตรการที่เห็นว่าเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมเป็นส่วนรวมมาใช้ก่อน หาใช่จะต้องแปลความว่าเมื่อไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณออกใช้บังคับแล้ว จะมิต้องคำนวณราคาที่สูงขึ้นของอสังหาริมทรัพย์ที่เหลือจากการเวนคืนและไม่ต้องนำมาหักออกจากค่าทดแทนที่จะต้องจ่ายให้แก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนไม่ ส่วนที่มาตรา 5 แห่ง พ.ร.ฎ. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณราคาที่สูงขึ้นฯ ดังกล่าวบัญญัติว่า หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณราคาที่สูงขึ้นไม่ใช้บังคับแก่ที่ดินที่ถูกเวนคืนก่อนที่พระราชกฤษฎีกาจะมีผลบังคับนั้นก็เป็นเพียงทำให้หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณราคาดังกล่าวไม่มีผลย้อนหลังไปใช้บังคับแก่ที่ดินที่ถูกเวนคืนก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับเท่านั้น มิใช่เป็นเหตุให้จำเลยทั้งสามไม่มีอำนาจคำนวณราคาที่ดินส่วนที่เหลือของโจทก์ว่ามีราคาสูงขึ้นและนำมาหักกับค่าทดแทนที่จะต้องจ่ายแก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณราคาที่สูงขึ้นหรือลดลงของอสังหาริมทรัพย์ที่เหลือจากการเวนคืน พ.ศ. 2538 ม.5 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 ม.21 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม.5 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม.21
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทมหานครเอสเตท จำกัด · จำเลย - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูชาติ ศรีแสง · สุทธิ นิชโรจน์ · ปราโมทย์ ชพานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอำนาจ พวงชมภู · ศาลอุทธรณ์ - นายธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา