⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3570/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3570/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่รัฐเคยฟ้องเรียกหนี้ภาษีอากรจากนิติบุคคลและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ไม่ทำให้สิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ภาษีอากรนั้นกลายเป็นหนี้ตามคำพิพากษา แต่ยังคงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ภาษีอากร ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลภาษีอากรกลาง

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องของโจทก์เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้อง ของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากร แม้ตามคำฟ้องจะปรากฏว่า โจทก์ เคยฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดว. ในหนี้ดังกล่าว ซึ่งศาลภาษีอากรกลางได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ ห้างหุ้นส่วนจำกัดว. รับผิดในหนี้ดังกล่าวแล้วก็ตามก็หาทำให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในคดีนี้กลายเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาดังที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยไม่ คดีของ โจทก์จึงเป็นคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 7(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.7 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเพียงคนเดียวของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวรับผิดในบรรดาหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินดังกล่าวด้วย ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่า เนื่องจากตามคำฟ้องของโจทก์เป็นคดีเกี่ยวด้วยหนี้ตามคำพิพากษา หาอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากรตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 จึงไม่รับคำฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าคดีของโจทก์อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากร และจำเลยในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ต้องรับผิดในหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินนั้นในเบื้องต้นต้องวินิจฉัยก่อนว่า คดีของโจทก์อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากรหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2528 มาตรา 10 วรรคสอง อำนาจในการวินิจฉัยกรณีมีปัญหาว่าคดีใดจะอยู่ในอำนาจของศาลภาษีอากรหรือไม่ เป็นอำนาจของประธานศาลฎีกาจึงได้ส่งสำนวนไปให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วตามคำวินิจฉัยที่ ภษ.2/2542 ซึ่งประธานศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามคำฟ้องของโจทก์เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากร แม้ตามคำฟ้องของโจทก์จะปรากฏว่า โจทก์เคยฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดวัฒนาเอ็นยิเนียริ่งในหนี้ดังกล่าวซึ่งศาลภาษีอากรกลางได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดวัฒนาเอ็นยิเนียริ่ง รับผิดในหนี้ดังกล่าวแล้วก็ตามก็หาทำให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในคดีนี้กลายเป็นหนี้ตามคำพิพากษาดังที่ศาลถาษี อากรกลางวินิจฉัยไม่ คดีของโจทก์จึงเป็นคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 7(2) เมื่อคดีของโจทก์อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากร โจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลภาษีอากรกลางได้" พิพากษากลับ ให้ศาลภาษีอากรกลางรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาและพิพากษาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3570/2542 กรุงเทพมหานคร โจทก์ นาย วิบูลย์ ศ รี ประเสริฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรุงเทพมหานคร · จำเลย - นาย วิบูลย์ ศ รี ประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · เหล็ก ไทรวิจิตร · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4143/2532ฎีกา 744/2552ฎีกา 3711/2534ฎีกา 3056/2535ฎีกา 3407/2551ฎีกา 5990/2552ฎีกา 3046/2535ฎีกา 5165/2531ฎีกา 1431/2545ฎีกา 5961/2549ฎีกา 812/2565ฎีกา 30/2542ฎีกา 2841/2553ฎีกา 5555/2531ฎีกา 3322/2554ฎีกา 2643/2560ฎีกา 11002/2554ฎีกา 6817/2549ฎีกา 3616/2554ฎีกา 7383/2547ฎีกา 5008/2536ฎีกา 3700/2552ฎีกา 6735/2559ฎีกา 3202/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ