⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4655/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4655/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้เป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ถือเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด และอาจถูกบังคับตามกฎหมายได้ แม้ผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จะมีชื่อในสำเนารายการจดทะเบียนรถยนต์ก็ตาม หากไม่สามารถนำสืบให้เห็นถึงกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้ใช้รถยนต์กระบะของกลางเป็นยานพาหนะไปรับเมทแอมเฟตามีน รถยนต์กระบะจึงเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งจำเลยได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติมาตราการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา 29,30 ผู้คัดค้านซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าของรถยนต์กระบะของกลางนำสืบแต่เพียงเป็นผู้มีชื่อในสำเนารายการจดทะเบียน ซึ่งเอกสารดังกล่าวมิใช่หลักฐานที่แสดงว่าผู้คัดค้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เพราะเป็นเพียงหลักฐานที่ทางราชการออกให้เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีรถยนต์เท่านั้น พยานหลักฐานของผู้คัดค้านไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานของผู้ร้องที่มีพนักงานสอบสวนมายืนยันว่าในชั้นสอบสวนจำเลยยอมรับว่ารถยนต์กระบะเป็นของตน กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดหรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 ม.29 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 ม.30

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ริบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บ - 2456ประจวบคีรีขันธ์ ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31 ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะและมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดหรือร่วมในการกระทำความผิดกับจำเลยทั้งสองในคดีดังกล่าวแต่อย่างใด ขอให้ยกคำร้องและคืนรถยนต์กระบะของกลางแก่ผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บ - 2456 ประจวบคีรีขันธ์ ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ไม่ริบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียนบ - 2456 ประจวบคีรีขันธ์ ของกลาง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่าตามวันเวลาและสถานที่ที่โจทก์กล่าวในฟ้องร้อยตำรวจเอกศรายุทธ คงทอง กับพวก จับกุมจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2167/2542 ของศาลชั้นต้น ในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเพราะตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางบรรจุในถุงพลาสติกวางอยู่ที่บริเวณคอนโซลกลางของตัวรถ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องประการแรกมีว่า รถยนต์กระบะของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดหรือไม่ เห็นว่า ตามสำเนาคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพว่าได้รับเมทแอมเฟตามีนของกลางจากนายพลคนขับรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ แล้วนำมาวางไว้ที่คอนโซลรถยนต์กระบะของกลางเพื่อจะนำไปให้ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 เสพ แต่ขณะขับรถยนต์กระบะดังกล่าวมาก็ถูกเจ้าพนักงานตำรวจค้นและจับกุม ดังนี้ การที่จำเลยที่ 1 กับพวกได้ใช้รถยนต์กระบะของกลางเป็นยานพาหนะไปรับเมทแอมเฟตามีนของกลางรถยนต์กระบะของกลางจึงเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 29, 30 ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าริบรถยนต์กระบะของกลางไม่ได้นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องประการต่อไปมีว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลางหรือไม่ ผู้คัดค้านนำสืบแต่เพียงว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลาง โดยมีชื่อในสำเนารายการจดทะเบียนซึ่งเอกสารดังกล่าวก็มิใช่หลักฐานที่แสดงว่าผู้คัดค้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เพราะเป็นเพียงหลักฐานที่ทางราชการออกให้เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีรถยนต์เท่านั้น ฝ่ายผู้ร้องมีร้อยตำรวจโทอาทร วิเศษสาธรพนักงานสอบสวนมาเบิกความยืนยันว่าในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ และตามสำเนาบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 แผ่นที่ 2จำเลยที่ 1 ก็ยอมรับว่ารถยนต์กระบะของกลางเป็นของตนเหตุที่มีชื่อผู้คัดค้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ก็เนื่องจากขณะที่มีการซื้อขายและจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์นั้น จำเลยที่ 1 ประกอบอาชีพขับรถยนต์โดยสารประจำทางไม่มีเวลามาดำเนินการจึงใส่ชื่อผู้คัดค้านแทน คำให้การดังกล่าวนี้จำเลยที่ 1ให้การต่อพนักงานสอบสวนในวันเกิดเหตุนั้นเอง ยังไม่มีโอกาสคิดดัดแปลงแต่งเติมเสริมต่อข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ จึงเชื่อได้ว่าให้การต่อพนักงานสอบสวนไปตามความจริง พยานหลักฐานของผู้ร้องมีน้ำหนักฟังได้ว่ารถยนต์กระบะของกลางเป็นของจำเลยที่ 1 หาใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้านไม่ พยานหลักฐานของผู้คัดค้านไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานของผู้ร้อง กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดหรือไม่" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4655/2543 พนักงานอัยการสำนักงานสูงสุด ผู้ร้อง ผู้ร้องคัดค้าน ผู้ร้อง นาย วิสัย สมจิตรกุล ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - พนักงานอัยการสำนักงานสูงสุด · ผู้ร้อง - ผู้ร้องคัดค้าน · ผู้ร้อง - นาย วิสัย สมจิตรกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพินทร บรรจงศิลป · สมชาย จุลนิติ์ · ชวลิต ตุลยสิงห์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5713/2544ฎีกา 8844/2543ฎีกา 2683/2543ฎีกา 7927/2544ฎีกา 7010/2541ฎีกา 4856/2545ฎีกา 7470/2544ฎีกา 6148/2541ฎีกา 1068/2545ฎีกา 5575/2538ฎีกา 6493/2544ฎีกา 518/2542ฎีกา 1041/2546ฎีกา 501/2543ฎีกา 2588/2545ฎีกา 2958/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ