⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6951/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6951/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเสียภาษีสรรพสามิตรถยนต์ต้องพิจารณาจากสภาพและลักษณะของรถยนต์เป็นสำคัญตามที่กฎหมายกำหนด มิใช่ถือเอาเพียงแชสซีส์ของรถยนต์เป็นสำคัญ และการที่จำเลยเป็นผู้นำเข้าอะไหล่มาประกอบรถยนต์แล้วขายไป ไม่เพียงพอที่จะให้จำเลยต้องเสียภาษีสรรพสามิต หากโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ดัดแปลงรถยนต์ให้มีสภาพเป็นรถยนต์นั่งตามที่กฎหมายกำหนด.

ย่อคำพิพากษา

ตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตท้าย พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534 ได้ระบุไว้ว่า รถยนต์นั่ง หมายความว่า รถยนต์เก๋งหรือรถยนต์ที่ออกแบบสำหรับเพื่อใช้สำหรับนั่งเป็นปกติวิสัย และให้หมายความรวมถึงรถยนต์ในลักษณะทำนองเดียวกัน เช่น รถยนต์ที่มีหลังคาติดต่อเป็นเนื้อเดียวกันในลักษณะถาวร ด้านข้างและหรือด้านหลังคนขับมีประตู หรือหน้าต่างและมีที่นั่งทั้งนี้ไม่ว่าจะมีที่นั่งเท่าใด ส่วนรถยนต์กระบะ หมายความว่ารถยนต์ ที่มีที่นั่งด้านหน้าตอนเดียวสำหรับคนขับ และตอนหลังเป็นกระบะบรรทุกซึ่งเปิดโล่งจนถึงท้ายรถโดยไม่มีหลังคา ถ้อยคำที่ปรากฏตามตัวอักษรดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายโดยแจ้งชัดว่าการเสียภาษีสรรพสามิตตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตนั้น ต้องดูสภาพและลักษณะของรถยนต์เป็นสำคัญว่าเป็นรถยนต์นั่งหรือไม่ มิใช่ถือเอาแชสซีส์ของรถยนต์เป็นสำคัญ จำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนรถยนต์ของกลางเป็นรถยนต์ประเภทกระบะบรรทุก และเจ้าพนักงานสำนักงาน ขนส่งได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วเห็นว่าถูกต้องจึงอนุญาตให้จดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวได้ จำเลยก็ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต ส่วนกรณีที่รถยนต์ของกลางได้มีผู้ดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่งในเวลาต่อมานั้น โจทก์มิได้นำสืบให้ศาล เห็นว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้ดัดแปลงรถยนต์ของกลางให้มีสภาพเป็นรถยนต์นั่งดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ลำพังแต่ การกล่าวอ้างว่าจำเลยเป็นผู้นำเข้าอะไหล่มาประกอบเป็นรถยนต์แล้วขายไป หาเพียงพอที่จะให้จำเลยทั้งสองเสียภาษี สรรพสามิตตามฟ้องไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ม.4 พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ม.161 พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ม.162

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 161, 162 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1, ที่ 2 มีความผิดตาม พ.รบ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 161, 162 ป.อ. มาตรา 83, 91 ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ลงโทษปรับคนละสามเท่าของค่าภาษีที่จะต้องเสีย เป็นเงิน 1,050,570 บาท ความผิดฐานขายสินค้าที่มิได้เสียภาษีลงโทษปรับคนละหกเท่าของค่าภาษีที่จะต้องเสียเป็นเงิน 2,101,140 บาท รวมลงโทษปรับคนละ 3,151,710 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตท้าย พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534 ได้ระบุไว้ว่า รถยนต์นั่ง หมายความว่า รถยนต์เก๋งหรือรถยนต์ที่ออกแบบสำหรับเพื่อใช้สำหรับนั่งเป็นปกติวิสัย และให้หมายความรวมถึงรถยนต์ในลักษณะทำนองเดียวกัน เช่น รถยนต์ที่มีหลังคาติดต่อเป็นเนื้อเดียวกันในลักษณะถาวร ด้านข้าง และหรือด้านหลังคนขับ มีประตู หรือหน้าต่างและมีที่นั่ง ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีที่นั่งเท่าใด ส่วนรถยนต์กระบะ หมายความว่า รถยนต์ที่มีที่นั่งด้านหน้าตอนเดียวสำหรับคนขับ และตอนหลังเป็นกระบะบรรทุก ซึ่งเปิดโล่งจนถึงท้ายรถโดยไม่มีหลังคา ถ้อยคำที่ปรากฏตามตัวอักษรดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายโดยแจ้งชัดว่า การเสียภาษีสรรพสามิตตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตนั้น ต้องดูสภาพและลักษณะของรถยนต์เป็นสำคัญว่าเป็นรถยนต์นั่งหรือไม่ มิใช่ถือเอาแชสซีส์ของรถยนต์เป็นสำคัญ จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนรถยนต์ของกลางเป็นรถยนต์ประเภทกระบะบรรทุก และเจ้าพนักงานสำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรสาครได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วเห็นว่าถูกต้อง จึงอนุญาตให้จดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวได้ จำเลยที่ 1 ก็ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต ส่วนกรณีที่รถยนต์ของกลางได้มีผู้ดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่งในเวลาต่อมานั้น โจทก์มิได้นำสืบให้ศาลเห็นเลยว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้ดัดแปลงรถยนต์ของกลางให้มีสภาพเป็นรถยนต์นั่งดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น ลำพังแต่การกล่าวอ้างว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้นำเข้าอะไหล่มาประกอบเป็นรถยนต์ แล้วขายไป หาเพียงพอที่จะให้จำเลยทั้งสองเสียภาษีสรรพสามิตตามฟ้องไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6951/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสุดาภรณ์ วสุโสภณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางสุดาภรณ์ วสุโสภณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชา มหาคุณ · พูนศักดิ์ จงกลนี · ปัญญา สุทธิบดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายประมวล สุขสมพร · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ ภักดีธนากุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3741/2545ฎีกา 3990/2541ฎีกา 4040/2543ฎีกา 8299/2540ฎีกา 274/2549ฎีกา 7051/2559ฎีกา 1222/2553ฎีกา 1170/2547ฎีกา 4377/2540ฎีกา 6101/2546ฎีกา 19144/2555ฎีกา 2753/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา