⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8193/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8193/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างสามารถสั่งให้ลูกจ้างหยุดงานชั่วคราวได้หากมีเหตุจำเป็น และต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในวันทำงานตามที่กฎหมายกำหนด.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ประสบปัญหาด้านการตลาด คำสั่งซื้อสินค้าลดลงมาก ทำให้การดำเนินงานของโจทก์ในส่วนการประกอบชิ้นส่วนลดน้อยลง ถือเป็นเหตุจำเป็นที่โจทก์สามารถสั่งให้หยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวได้ การที่โจทก์สั่งให้ลูกจ้างที่ทำงานในส่วนการประกอบหยุดงานชั่วคราวเป็นเวลา 2 เดือนจึงชอบด้วยกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 75 ได้กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในช่วงที่นายจ้างหยุดกิจการชั่วคราว เมื่อโจทก์ได้จ่ายค่าจ้างในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างในวันทำงาน รวมทั้งเบี้ยขยันและค่าอาหาร รวมแล้วประมาณร้อยละ 80 ของค่าจ้าง นับว่าเป็นคุณแก่ลูกจ้างอยู่แล้ว โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างปกติเต็มจำนวนให้แก่ลูกจ้างที่โจทก์สั่งให้หยุดงานชั่วคราวอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.75

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปทุมธานี จำเลยสอบสวนแล้วมีคำสั่งที่ 007/2542 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ว่า คำสั่งที่สั่งให้ลูกจ้างหยุดงานชั่วคราวของโจทก์ไม่ชอบตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 75 ให้โจทก์จ่ายเงินค่าจ้างแก่ลูกจ้างที่ยื่นคำขอจำนวน 180 คน เป็นเงิน 335,456.14 บาท ซึ่งคำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของจำเลย จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า การหยุดกิจการชั่วคราวตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 75 นั้น มุ่งถึงตัวกิจการงานเป็นสาเหตุ มิได้มุ่งถึงให้เลือกปฏิบัติกับบุคคล การที่โจทก์สั่งให้ลูกจ้างของโจทก์บางส่วนหยุดงานเป็นการชั่วคราว โดยพิจารณาถึงคนมิใช่พิจารณาจากงาน จึงเป็นสาเหตุให้โจทก์สั่งให้หยุดกิจการชั่วคราวได้นั้น เห็นว่าเหตุจำเป็นของโจทก์ในคดีนี้มีมูลเหตุมาจากงานที่ส่วนการประกอบลดน้อยลง ซึ่งก็มีผลโดยตรงถึงคน คือมีงานไม่เพียงพอให้ลูกจ้างในส่วนดังกล่าวทำ เมื่อโจทก์ประสบปัญหาด้านการตลาด คำสั่งซื้อสินค้าลดลงมาก ทำให้ส่วนการประกอบมีคำสั่งซื้อลดลง ถือว่าเป็นเหตุจำเป็นที่โจทก์สามารถสั่งให้หยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวได้ การที่โจทก์สั่งให้ลูกจ้างที่ทำงานในส่วนการประกอบหยุดงานชั่วคราว 2 เดือน จึงชอบด้วยมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 แล้วซึ่งในช่วงที่หยุดกิจการชั่วคราวนั้น นายจ้างต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้าง แต่โจทก์ได้จ่ายค่าจ้างอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างในวันทำงาน เบี้ยขยันเดือนละ 1,000 บาท และค่าอาหารเดือนละ 480 บาท รวมแล้วประมาณร้อยละ 80 ของค่าจ้าง นับว่าเป็นคุณแก่ลูกจ้างอยู่แล้ว โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างปกติเต็มจำนวนให้แก่ลูกจ้างที่โจทก์สั่งให้หยุดงานชั่วคราวอีก ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ?? ?? ?? ?? 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8193/2543 บริษัทมิซึกิ อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ นายนิคม ทับทิมธงไชย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทมิซึกิ อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - นายนิคม ทับทิมธงไชย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์ · จรัส พวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายบุญชู ทัศนประพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8880-8886/2542ฎีกา 8131/2553ฎีกา 7675/2548ฎีกา 6703-6752/2549ฎีกา 8509/2559ฎีกา 8678/2548ฎีกา 3106-3109/2567ฎีกา 9128/2547ฎีกา 8782-8785/2547ฎีกา 5949/2550ฎีกา 6078-6199/2549ฎีกา 3971/2545ฎีกา 6960/2548ฎีกา 1966-2406/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา