⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3105/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3105/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอคืนอากรขาเข้าตาม พ.ร.บ. ศุลกากร มาตรา 19 ทวิ ต้องยื่นคำร้องภายในกำหนดเวลาหกเดือนนับแต่วันส่งของออกไป หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวและไม่ได้ขอขยายเวลา จะไม่สามารถนำสินค้าดังกล่าวไปหักออกจากสินค้าคงเหลือเพื่อเรียกเก็บภาษีอากรได้อีก

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ. ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 19 ทวิ กำหนดเงื่อนไขในการคืนอากรขาเข้าให้แก่ผู้นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วได้ผลิตหรือผสม หรือประกอบ หรือบรรจุ ด้วยของดังกล่าวและส่งออกไปยังเมืองต่างประเทศไว้ว่า ผู้นำสินค้าเข้าต้องขอคืนเงินอากรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ส่งของนั้นออกไป เมื่อจำเลยไม่ได้ยื่นคำร้องขอคืนอากรสำหรับสินค้าทั้งสองรายการที่จำเลยอ้างขอตัดบัญชีได้อีกภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 19 ทวิ และไม่ได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาในการยื่นคำร้องขอคืนไว้เลย จึงไม่อาจนำจำนวนสินค้าทั้งสองรายการดังกล่าวไปหักออกจากสินค้าคงเหลือซึ่งเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้ประเมินเรียกเก็บจากจำเลย จำเลยต้องชำระเงินค่าภาษีอากรและเงินเพิ่มที่ค้างชำระแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระภาษีอากรและเงินเพิ่มจำนวน 3,698,872.01 บาท พร้อมเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินอากรขาเข้า 1,561,946.78 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและศาลภาษีอากรกลางให้โจทก์ทั้งสองนำพยานมาสืบไปฝ่ายเดียว ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าภาษีอากรและเงินเพิ่มที่ค้างชำระดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสองหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ทั้งสองจะปรากฏว่า เมื่อจำเลยได้รับแบบแจ้งการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ที่ 1 แล้ว จำเลยได้ขอยกเลิกแบบแจ้งการประเมินดังกล่าวอ้างว่ามีใบขนสินค้าขาออกที่ใช้ตัดบัญชีสินค้าได้อีก และต่อมาธนาคารผู้ค้ำประกันได้มีหนังสือขอคืนภาษีที่จำเลยจะได้รับคืนเนื่องจากมีใบขนสินค้าขาออกตัดบัญชีได้ คือสินค้านำเข้ารายการที่ 1 สามารถตัดบัญชีได้อีก 6,716.018 กิโลกรัม คงเหลือสินค้าที่ไม่ได้ใช้ผลิตเพื่อส่งออกจำนวน 1,571.306 กิโลกรัม สินค้ารายการที่ 2 มีใบขนสินค้าขาออกใช้ตัดบัญชีได้ 248.3 กิโลกรัม คงเหลือสินค้าที่ไม่ได้ใช้ผลิตเพื่อส่งออกจำนวน 251.9 กิโลกรัม แต่พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 มาตรา 19 ทวิ กำหนดเงื่อนไขในการคืนอากรขาเข้าให้แก่ผู้นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วได้ผลิตหรือผสม หรือประกอบ หรือบรรจุ ด้วยของดังกล่าวและส่งออกไปยังเมืองต่างประเทศไว้ว่า ผู้นำสินค้าเข้าต้องขอคืนเงินอากรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ส่งของนั้นออกไป เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์ทั้งสองไม่ปรากฏว่าจำเลยยื่นคำร้องขอคืนอากรภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 19 ทวิ ตลอดจนไม่ได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาในการยื่นคำร้องขอคืนไว้เลย กรณีจึงไม่อาจนำจำนวนสินค้าทั้งสองรายการดังกล่าวไปหักออกจากสินค้าคงเหลือซึ่งเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ที่ 1 ได้ประเมินเรียกเก็บจากจำเลย จำเลยต้องชำระเงินค่าภาษีอากรและเงินเพิ่มที่ค้างชำระจำนวน 3,698,871.94 บาท พร้อมเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากเงินต้นอากรขาเข้า 1,561,946.78 บาท คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 3,698,871.94 บาท พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงิน 1,561,946.78 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้งสอง กำหนดค่าทนายความรวม 15,000 บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3105/2544 กรมศุลกากร กับพวก โจทก์ บริษัทไท - ปัน เท็กซ์ไทล์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร กับพวก · จำเลย - บริษัทไท - ปัน เท็กซ์ไทล์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โนรี จันทร์ทร · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายประสิทธิ์ สนามชวด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3838/2531ฎีกา 4049/2535ฎีกา 2810/2536ฎีกา 1551/2522ฎีกา 6837/2538ฎีกา 2704/2536ฎีกา 921/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา