คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7048/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่สามารถจัดหางานให้ผู้เสียหายได้ ไม่ได้หมายความว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะจัดหางานให้ตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกโดยเจตนาทุจริต หลอกลวงประชาชน โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โฆษณาในหนังสือพิมพ์เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจหารายได้พิเศษร่วมงานกับบริษัทถ่ายทำภาพยนต์ต่างประเทศ ผู้สมัครต้องเสียเงินค่าบริการจัดหางานให้จำเลยกับพวก อันเป็นความเท็จ จำเลยกับพวกไม่สามารถจัดให้ผู้สมัครทำงานตามที่โฆษณาได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่มีข้อความตอนใดยืนยันข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายตั้งแต่ต้น การที่จำเลยกับพวกไม่สามารถจัดให้ได้ทำงานมิได้หมายความเสมอไปว่า จำเลยมิได้มีเจตนาจัดหางานอันจะทำให้ขาดองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง ลำพังเพียงคำฟ้องโจทก์ไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยไม่มีความผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม.8 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม.73 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.8
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓, ๙๑ พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๘, ๗๓ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินให้แก่ผู้เสียหาย
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๘, ๗๓ ฐานจัดหางานให้คนหางานทำในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ลงโทษจำคุก ๒ ปี ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท? ความผิดฐานอื่นให้ยก และยกฟ้องจำเลยที่ ๒
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงกับความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานนั้น อาจเป็นความผิดต่างกรรมได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการบรรยายฟ้องของโจทก์ ถ้าคำฟ้องเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาจัดหางาน การกระทำตามฟ้องย่อมไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๘, ๗๓ สำหรับคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องแยกออกเป็นสองตอน ฟ้องข้อ (ก) บรรยายว่า จำเลยกับพวกร่วมกันจัดหางานโดยประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนทั่วไปเรียกรับเงินค่าบริการเป็นค่าตอบแทนการจัดหางานจากคนหางานและผู้เสียหาย โดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ส่วนข้อ (ข) โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกโดยเจตนาทุจริต หลอกลวงประชาชนโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โฆษณาในหนังสือพิมพ์เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจหารายได้พิเศษเพื่อร่วมงานกับบริษัทถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ได้ค่าตัววันละ ๗๐๐ บาท ถึง ๑,๕๐๐ บาท ค่าตัวจ่ายต่อวัน โดยผู้สมัครต้องเสียเงินค่าบริการจัดหางานให้จำเลยกับพวก อันเป็นความเท็จ ซึ่งความจริงแล้วจำเลยกับพวกดังกล่าวนำผู้สมัครไปรวมกลุ่มพูดคุย ที่ต่างจังหวัด โดยไม่ได้คัดตัวนักแสดงแต่อย่างใด และจำเลยกับพวกไม่สามารถจัดให้ผู้สมัครทำงานตามที่โฆษณาได้ ข้อความตามข้อ (ข) ไม่มีข้อความใดเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะจัดหางานให้แก่ ผู้เสียหายมาตั้งแต่ต้น การที่จำเลยกับพวกไม่สามารถจัดให้ได้ทำงานมิได้หมายความเสมอไปว่าจะต้องเกิดจากเพราะมิได้มีเจตนาจัดหางาน อันจะถือว่าไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหานี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7048/2544
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นายทวินโชค พุสดี หรือเทียนทอง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายทวินโชค พุสดี หรือเทียนทอง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · อภิศักดิ์ พรวชิราภา · ยงยศ นิสภัครกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นางเมธินี ทิพย์มณเฑียร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุพัฒน์ บุญยุบล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา