⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3765/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3765/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่อาจโอนหรือถูกบังคับคดีได้ และสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายที่ศาลจะสั่งยึดไม่ได้ จะนำไปหักกลบลบหนี้ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 มาตรา 24 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับมาตรา 23 สิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนไม่อาจโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี" การที่จำเลยที่ 1 หักเงินจำนวน 47,647.22 บาท ซึ่งเป็นส่วนของเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบอันเป็นส่วนหนึ่งของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของโจทก์จากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของโจทก์เพื่อชำระหนี้จำเลยที่ 1 จึงเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของบทกฎหมายดังกล่าว และยังเป็นการขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 346 ซึ่งบัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องรายใดตามกฎหมายศาลจะสั่งยึดไม่ได้ สิทธิเรียกร้องนั้นจะนำไปหักกลบลบหนี้ไม่ได้" ด้วย จำเลยที่ 1 จึงต้องคืนเงินที่หักไว้แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.346 พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 ม.23 พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันจ่ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเงิน ๔๗,๖๔๗.๒๒ บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า โจทก์เคยเป็นพนักงานของจำเลยที่ ๑ ก่อนโจทก์ลาออกได้กู้เงินจากจำเลยที่ ๑ จำนวน ๖๑๒,๐๐๐ บาท เมื่อโจทก์ลาออกโจทก์มีสิทธิได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำนวนตามฟ้อง ซึ่งจำเลยที่ ๑ นำเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของโจทก์ บัญชีเลขที่ ๑๐๐-๒-๐๗๗๐๐-๙ ณ ธนาคารจำเลยที่ ๑ สำนักงานใหญ่แล้วและจำเลยที่ ๑ ได้หักเงินจำนวน ๔๗,๖๔๗.๒๒ บาท ชำระหนี้เงินกู้ที่โจทก์ค้างชำระต่อจำเลยที่ ๑ ตามหนังสือให้ความยินยอมให้หักเงินและผลประโยชน์ของโจทก์ ปรากฏตามสำเนาใบลาออกและสำเนาหนังสือยินยอมเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข ๔ และ ๕ ส่วนเงินจำนวน ๑๗,๓๓๖.๔๙ บาท โจทก์สามารถเบิกถอนได้ตลอดเวลา ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ได้จ่ายเงินตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ ๑ ตามระเบียบและขั้นตอนของจำเลยที่ ๑ ถือว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยแล้ว คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์เฉพาะความรับผิดของจำเลยที่ ๑ ว่าที่จำเลยที่ ๑ หักเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพส่วนเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบจำนวน ๔๗,๖๔๗.๒๒ บาท ไว้ตามหนังสือยินยอมของโจทก์นั้น เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒๓ , ๒๔ หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒๓ วรรคแรก บัญญัติว่า "เมื่อลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพเพราะเหตุอื่นซึ่งมิใช่กองทุนเลิก ผู้จัดการกองทุนต้องจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ลูกจ้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของกองทุน โดยให้จ่ายรวมทั้งหมดครั้งเดียวภายในเวลาไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ" และมาตรา ๒๔ บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓ สิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนไม่อาจโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี" บทบัญญัติดังกล่าวแสดงเจตนารมณ์ว่าสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะต้องได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งหมดคราวเดียวโดยเร็วอย่างช้าไม่เกินสามสิบวัน เพื่อนำไปเลี้ยงดูชีวิตตนเองและครอบครัว (ถ้ามี) ทั้งนี้โดยไม่ถูกโอนหรือถูกบังคับคดีหรือถูกบังคับชำระหนี้ การที่จำเลยที่ ๒ ได้จ่ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแก่จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ได้นำเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของโจทก์ เงินจำนวนดังกล่าวทั้งหมดแม้จะอยู่ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของโจทก์ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินของโจทก์แล้วก็ตาม แต่ก็ยังจำแนกได้ว่าเงินจำนวนใดเป็นเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ มิได้ปะปนกับเงินอื่นของโจทก์จนไม่อาจแยกออกได้หรือได้ใช้สอยแปรเปลี่ยนไปเป็นทรัพย์สินอื่นแล้ว ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๑ หักเงินจำนวน ๔๗,๖๔๗.๒๒ บาท ซึ่งเป็นส่วนของเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบอันเป็นส่วนหนึ่งของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของโจทก์จากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของโจทก์เพื่อชำระหนี้จำเลยที่ ๑ จึงเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของบทกฎหมายดังกล่าว และยังเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๔๖ ซึ่งบัญญัติใจความสำคัญว่า สิทธิเรียกร้องรายใดตามกฎหมายศาลจะสั่งยึดไม่ได้ สิทธิเรียกร้องนั้นจะนำไปหักกลบลบหนี้ไม่ได้ด้วย จำเลยที่ ๑ จึงต้องคืนเงินจำนวนที่หักไว้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ จ่ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ๔๗,๖๔๗.๒๒ บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3765/2545 นายเจษฎา มณีวงศ์ โจทก์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจษฎา มณีวงศ์ · จำเลย - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษมสันต์ วิลาวรรณ · วีรพจน์ เพียรพิทักษ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายอัมพร ทองประยูร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1979/2560ฎีกา 5954/2550ฎีกา 976/2556ฎีกา 8788/2550ฎีกา 5780/2537ฎีกา 4284/2558ฎีกา 719/2550ฎีกา 4712/2551ฎีกา 1135/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา