⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4007/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4007/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้รับไม่ไปติดต่อขอรับเงินธนาณัติภายในกำหนด ผู้ฝากมีหน้าที่ต้องไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดเวลาตามระเบียบ หากผู้ฝากไม่ไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดเวลา ไปรษณีย์มีสิทธิโอนเงินธนาณัติดังกล่าวเป็นของตนได้ตามระเบียบ

ย่อคำพิพากษา

ตามระเบียบของจำเลยที่ 1 ฉบับที่ 61 ว่าด้วย บริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.2526 ข้อ 238 กำหนดให้ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางส่งธนาณัติคืนให้แก่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางเพื่อจ่ายคืนให้แก่ผู้ฝากส่งเมื่อผู้รับไม่ไปติดต่อขอรับเงินธนาณัติภายในกำหนดตามข้อ 235.1 และเมื่อที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางได้รับธนาณัติคืนแล้ว ตามระเบียบของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว แก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 61 ว่าด้วย บริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.2526 (แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 9 พ.ศ.2535) ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2535 ข้อ 3 กำหนดให้ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางตรวจสอบแบบ ธน.31 ท่อนที่ 1 ซึ่งได้รับคืนกับแบบ ธน.1 ของธนาณัตินั้นและแยกเก็บไว้เพื่อรอการติดต่อขอรับเงินคืนจากผู้ฝากเท่านั้น ทั้งไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2539 ก็มิได้กำหนดให้ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางจะต้องแจ้งให้ผู้ฝากทราบ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ฝากที่จะต้องไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดเวลาตามระเบียบของจำเลยที่ 1 ฉบับที่ 61 ข้อ 235 เมื่อโจทก์ไม่ได้ไปติดต่อขอรับเงินคืนในกำหนดเวลา จำเลยที่ 1 จึงดำเนินการประกาศโฆษณากำหนดระยะเวลาให้โจทก์ไปขอรับเงินคืนและโอนเงินธนาณัติที่โจทก์ฝากส่งเป็นของจำเลยที่ 1 เพราะโจทก์ไม่ไปติดต่อขอรับเงินตามระเบียบของจำเลยที่ 1 ฉบับที่ 61 ข้อ 236 และไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2539 ข้อ 204 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1366 พระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 ม.34

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน ๑๐,๓๘๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๘,๐๙๖ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งให้รับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาเฉพาะจำเลยที่ ๑ ไม่รับฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๓๙ โจทก์ฝากส่งเงิน ๘,๐๙๖ บาท กับจำเลยที่ ๑ ทางไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศจากไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีที่ทำการต้นทางไปยังไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากที่ทำการปลายทาง เพื่อชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ให้แก่บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้รับ และไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากได้จัดส่งใบแจ้งความไปรษณีย์ธนาณัติสำหรับผู้รับไปขอรับเงิน (แบบ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๒) ให้แก่บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แล้ว แต่บริษัทดังกล่าวไม่ไปขอรับเงินภายในกำหนด ๒ เดือน นับต่อจากเดือนที่ฝากส่งตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ว่าด้วย บริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.๒๕๒๖ ข้อ ๒๓๕.๑ ไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากจึงส่งใบไปรษณีย์ธนาณัติสำหรับ นปท. (ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑) คืนไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีที่ทำการต้นทาง ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๘ เพื่อจ่ายเงินคืนให้แก่โจทก์ผู้ฝากส่ง ไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีรอโจทก์ติดต่อขอรับเงินคืนโดยไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่า บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้รับไม่ได้ไปขอรับเงิน จนกระทั่งครบกำหนด ๔ เดือน นับต่อจากเดือนที่ฝากส่ง ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕.๒ ปรากฏว่าโจทก์มิได้ไปขอรับเงินคืนและเมื่อครบกำหนด ๖ เดือน นับต่อจากเดือนที่ฝากส่ง ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕.๓ แล้ว โจทก์และบริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก็มิได้ไปขอรับเงิน จำเลยที่ ๑ จึงประกาศโฆษณาให้โจทก์หรือบริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นำหลักฐานไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๐ ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๑ โจทก์และบริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มิได้ไปขอรับเงินในกำหนดดังกล่าว จำเลยที่ ๑ จึงโอนเงินธนาณัติเป็นของจำเลยที่ ๑ ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๖ และไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ข้อ ๒๐๔ คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดคืนเงินไปรษณีย์ธนาณัติตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อได้รับ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑ คืนจากไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากที่ทำการปลายทางแล้ว ไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีที่ทำการต้นทางจะต้องแจ้งให้โจทก์ทราบเสียก่อนว่า บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้รับไม่ได้ไปขอรับเงินจึงจะถือได้ว่าโจทก์ไม่ไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕ เมื่อไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบ จำเลยที่ ๑ จึงไม่สามารถดำเนินการประกาศโฆษณากำหนดระยะเวลาให้โจทก์ไปขอรับเงินคืน และโอนเงินธนาณัติที่โจทก์ฝากส่งเป็นของจำเลยที่ ๑ ตามระเบียบดังกล่าวข้อ ๒๓๖ และไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ข้อ ๒๐๔ ได้ เห็นว่า เดิมระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๖๑ ว่าด้วยบริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.๒๕๒๖ ข้อ ๒๔๑.๑ กำหนดว่า เมื่อที่ทำการต้นทางได้รับแบบ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑ ซึ่งที่ทำการปลายทางส่งคืนให้ตามข้อ ๒๓๘ ให้ตรวจสอบกับแบบ ธน.๑ (ใบฝากธนาณัติในประเทศ) ของธนาณัติฉบับนั้น หากเป็นรายที่ไม่มีหมายเหตุการออกแบบ ธน. ๑๐ ก. (ใบแทนไปรษณีย์ธนาณัติ) หรือหมายเหตุให้ระงับการจ่ายเงินคืนใด ๆ อย่างกรณีของโจทก์ให้แจ้งผู้ฝากทราบเพื่อรับเงินคืนด้วยแบบ ธน.๔๗ ท่อนที่ ๒ โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน แต่ขณะเกิดเหตุคดีนี้ระเบียบดังกล่าวได้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๖๑ ว่าด้วย บริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.๒๕๒๖ (แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๙ พ.ศ.๒๕๓๕) ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๓๕ ข้อ ๓ กำหนดให้ที่ทำการต้นทางเพียงแต่ตรวจสอบแบบ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑ ซึ่งได้รับคืนกับแบบ ธน.๑ ของธนาณัติฉบับนั้น และแยกเก็บไว้เพื่อรอการติดต่อขอรับเงินคืนจากผู้ฝากเท่านั้น ทั้งไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ก็มิได้กำหนดให้ที่ทำการต้นทางจะต้องแจ้งให้ผู้ฝากทราบ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ฝากที่จะต้องไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดเวลาตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕ เมื่อโจทก์ผู้ฝากไม่ได้ไปขอรับเงินคืนในกำหนดเวลาดังกล่าว จำเลยที่ ๑ จึงดำเนินการประกาศโฆษณากำหนดระยะเวลาให้โจทก์ไปขอรับเงินคืนและโอนเงินธนาณัติที่โจทก์ฝากส่งเป็นของจำเลยที่ ๑ เพราะโจทก์ไม่ไปขอรับเงิน ตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๖ และไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ข้อ ๒๐๔ ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้. นายพรเทพ ศิริมหาพฤกษ์ ผู้ช่วยฯ ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นางอัปษร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4007/2545 นางสาวรัชนี อุบลสถิตย์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย กับพวก

รายละเอียดคดี

คู่ความอุบลสถิตย์ - นางสาวรัชนี · กับพวก - การสื่อสารแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส พวงมณี · วิชัย ชื่นชมพูนุท · สมชาย พงษธา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี - นายนพรัตน์ บุญจร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1766-1767/2492ฎีกา 3227/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา