คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3968/2546
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จากผู้ที่ไม่มีสิทธิครอบครอง ย่อมไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ซื้อ และการจดทะเบียนโอนสิทธิที่ไม่มีผลตามกฎหมายนั้นตกเป็นอันเสียเปล่า
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 2 มิใช่เจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เมื่อจำเลยที่ 1 จัดซื้อที่ดินดังกล่าวจากจำเลยที่ 2 ผู้ที่มิใช่เจ้าของ จำเลยที่ 1 ย่อมไม่มีสิทธิเหนือที่ดินนั้นเช่นเดียวกัน และการกระทำอันเกี่ยวกับการจดทะเบียนโอนสิทธิตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวซึ่งไม่มีผลตามกฎหมายจึงตกเป็นอันเสียเปล่า จำเลยที่ 1 จะกล่าวอ้างการกระทำอันมิชอบเช่นนั้นว่าเป็นการจัดซื้อที่ดินตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และได้กรรมสิทธิ์ที่ดินตามมาตรา 36 ทวิ ประกอบมาตรา 37 มิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 ม.29 พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 ม.37
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๑๑๗๙ เลขที่ดิน ๓๐ ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์อีกต่อไป
จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ มีสิทธิครอบครองที่ดิน? จำเลยที่ ๒ ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์โดยครอบครอง ปรปักษ์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นเรื่องราวขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๑๑๗๙ โดยสุจริต จำเลยที่ ๒ ไม่เคยเช่าที่ดินจากโจทก์? ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๑๑๗๙ เลขที่ดิน ๓๐ ตำบล สำพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีก กับให้จำเลย ทั้งสองใช่ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า? ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปตามที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ จัดซื้อ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๑๑๗๙ จากจำเลยที่ ๒ ตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติ การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๑ จึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินตามมาตรา ๓๖ ทวิ ประกอบมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันนี้นั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๒ มิใช่เจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๑๑๗๙ ดังที่ได้วินิจฉัยไว้ข้างต้น จำเลยที่ ๑ จัดซื้อที่ดินจากผู้ที่มิใช่เจ้าของ จำเลยที่ ๑ ย่อม ไม่มีสิทธิเหนือที่ดินนั้นเช่นเดียวกัน และการกระทำอันเกี่ยวกับการจดทะเบียนโอนสิทธิตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๑๑๗๙ ซึ่งไม่มีผลตามกฎหมายจึงตกเป็นอันเสียเปล่า จำเลยที่ ๑ จะกล่าวอ้างการกระทำอันมิชอบ เช่นนั้นว่าเป็นการจัดซื้อที่ดินตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ มิได้ ประเด็นอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3968/2546
นางสมศรี สุขสมทิพย์ โจทก์
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสมศรี สุขสมทิพย์ · จำเลย - สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุเทพ เจตนาการณ์กุล · กำพล ภู่สุดแสวง · วิชัย วิวิตเสวี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายอนุรักษ์ บุญนิธี · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายจรูญ ชีวิตโสภณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา