⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5402/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5402/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขนส่งต้องรับผิดในความเสียหายของสินค้าที่เกิดขึ้นจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่อของผู้ขนส่งหรือลูกจ้าง แม้ผู้รับตราส่งจะไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้าแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ใบตราส่งเป็นเอกสารที่จำเลยออกให้แก่โจทก์ผู้ส่งของเพื่อเป็นหลักฐานแห่งสัญญารับขนของทางทะเลแสดงว่าผู้ขนส่งได้รับของตามที่ระบุในใบตราส่งไว้ในความดูแลแล้ว โจทก์จึงเป็นคู่สัญญารับขนของทางทะเลกับจำเลย เมื่อปรากฏว่าของที่ระบุไว้ในใบตราส่งซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลยได้รับความเสียหาย แม้โจทก์จะได้ส่งสินค้าคืนให้แก่ผู้ขายไปโดยโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้านั้นต่อไปแล้วก็ไม่มีผลทำให้ความผูกพันตามสัญญารับขนของทางทะเลระหว่างโจทก์กับจำเลยสิ้นผลบังคับ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา เมื่อปรากฏว่ายังไม่มีการชำระค่าเสียหายแก่ผู้รับตราส่งและโจทก์ซึ่งเป็นผู้ส่งได้รับความเสียหายไม่ได้รับชำระราคาสินค้าคืน โจทก์ในฐานะเป็นคู่สัญญารับขนของทางทะเลจึงชอบที่จะฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายจากจำเลยตามสัญญารับขนของทางทะเลได้ จำเลยจะอ้างว่าโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้าจึงไม่มีอำนาจฟ้องหาได้ไม่ ตามมาตรา 60 (1) แห่ง พ.ร.บ. การรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 การจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งตามมาตรา 58 มิให้ใช้บังคับแก่การสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้าที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลจากการที่ผู้ขนส่งหรือตัวแทนหรือลูกจ้างของผู้ขนส่งกระทำหรืองดการกระทำโดยมีเจตนาที่จะให้เกิดการสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้าหรือโดยละเลยหรือไม่เอาใจใส่ ทั้งที่รู้ว่าการสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้านั้นอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่าสินค้าได้รับความเสียหายจากลังสินค้าตกจากรถยกในระหว่างการขนย้ายสินค้าเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์ หาใช่เกิดจากการที่โจทก์บรรจุหีบห่อสินค้าไม่แข็งแรงดังที่จำเลยให้การและนำสืบต่อสู้คดีไม่ และฟังได้ว่าสาเหตุแห่งความเสียหายของสินค้าเกิดจากการใช้รถยกขนย้ายสินค้าเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์โดยปราศจากความระมัดระวังอย่างมากและโดยไม่นำพาต่อความเสียหายใด ๆ ที่ย่อมเกิดขึ้นแก่สินค้าจากการขนย้ายเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์ ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่สินค้าจึงเป็นผลจากการที่ผู้ขนส่งคือจำเลยหรือตัวแทนเป็นผู้กระทำโดยละเลยหรือไม่เอาใจใส่ ทั้งที่รู้ว่าความเสียหายนั้นอาจเกิดขึ้นได้ จำเลยจึงต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยจะนำข้อจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งตามมาตรา 58 มาใช้บังคับหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ม.36 พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ม.39 พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ม.58 พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ม.60

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 345,989.18 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวน 328,762.91 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์สินค้า เนื่องจากได้สลักหลังโอนใบตราส่งและส่งสินค้าคืนให้ผู้ขายแล้ว กรรมสิทธิ์ในสินค้าและสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตกเป็นของผู้ขาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขนส่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ตาม พ.ร.บ. การรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มาตรา 58 จำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งไว้ 10,000 บาท ต่อหนึ่งหน่วยการขนส่งเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทโอเพ่นซี คอนเทนเนอร์ ไลน์ส จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วมที่ 1 บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วมที่ 2 และบริษัทฮันจิน ชิปปิ้ง จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วมที่ 3 ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมที่ 1 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 109,587.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 2 เมษายน 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ให้ยกฟ้องจำเลยร่วมที่ 2 และที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยร่วมที่ 2 และที่ 3 ให้เป็นพับ จำเลยและจำเลยร่วมที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์สินค้าพิพาทเนื่องจากโจทก์ส่งสินค้าและโอนใบตราส่งให้ผู้ขายรับไปแล้ว โจทก์จะมีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ใบตราส่งเป็นเอกสารที่จำเลยออกให้แก่โจทก์ผู้ส่งของเพื่อเป็นหลักฐานแห่งสัญญารับขนของทางทะเลแสดงว่าผู้ขนส่งได้รับของตามที่ระบุในใบตราส่งไว้ในความดูแลแล้ว โจทก์จึงเป็นคู่สัญญารับขนของทางทะเลกับจำเลย ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าของที่ระบุไว้ในใบตราส่งซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลยได้รับความเสียหาย แม้โจทก์จะได้ส่งสินค้าคืนให้แก่ผู้ขายไปโดยโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้านั้นต่อไปแล้วก็ไม่มีผลทำให้ความผูกพันตามสัญญารับขนของทางทะเลระหว่างโจทก์กับจำเลยสิ้นผลบังคับ เมื่อของที่อยู่ในความดูแลของจำเลยตามใบตราส่งได้รับความเสียหาย จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา เมื่อผู้รับตราส่งไม่ได้เรียกค่าเสียหายจากจำเลยผู้ขนส่ง และโจทก์ได้รับความเสียหายจากการไม่ได้รับชำระราคาสินค้าคืนจากผู้รับตราส่ง โจทก์ในฐานะเป็นคู่สัญญารับขนของทางทะเลจึงชอบที่จะฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายจากจำเลยตามสัญญารับขนของทางทะเลได้ จำเลยจะกลับมาอ้างว่าโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้าดังกล่าวแล้วจึงไม่มีอำนาจฟ้องหาได้ไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยอีกข้อหนึ่งมีว่า เมื่อสินค้าได้รับความเสียหายเพียง 1 ลัง กรณีเช่นนี้ตาม พ.ร.บ. การรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง ความรับผิดของจำเลยผู้ขนส่งจึงมีเพียง 10,000 บาท เห็นว่า ตามมาตรา 60 (1) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว การจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งตามมาตรา 58 มิให้ใช้บังคับแก่การสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้าที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลจากการที่ผู้ขนส่งหรือตัวแทนหรือลูกจ้างของผู้ขนส่งกระทำ หรืองดเว้นการกระทำโดยมีเจตนาที่จะให้เกิดการสูญหาย เสียหาย หรือส่งมอบชักช้า หรือโดยละเลยหรือไม่เอาใจใส่ ทั้งที่รู้ว่าการสูญหาย เสียหาย หรือส่งมอบชักช้านั้นอาจเกิดขึ้นได้ ข้อเท็จจริงได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่า สินค้าได้รับความเสียหายเนื่องจากลังสินค้าตกจากรถยกในระหว่างการขนย้ายสินค้าเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์ หาใช่เกิดจากการที่โจทก์บรรจุหีบห่อสินค้าไม่แข็งแรงดังที่จำเลยให้การและนำสืบต่อสู้คดีไม่ สาเหตุแห่งความเสียหายของสินค้าเกิดจากการใช้รถยกขนย้ายสินค้าเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์โดยปราศจากความระมัดระวังอย่างมากและโดยไม่นำพาต่อความเสียหายใด ๆ ที่ย่อมเกิดขึ้นแก่สินค้าจากการขนย้ายเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์ ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่สินค้าจึงเป็นผลจากการที่ผู้ขนส่งคือจำเลยหรือตัวแทนเป็นผู้กระทำโดยละเลยหรือไม่เอาใจใส่ ทั้งที่รู้ว่าความเสียหายนั้นอาจเกิดขึ้นได้ ข้ออ้างเพื่อจำกัดความรับผิดของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยร่วมรับผิดมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 3,000 บาท แทนโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5402/2546 บริษัทสยามอุตสาหกรรมการเกษตร สับปะรดและอื่น ๆ จำกัด โจทก์ บริษัทสุปรีม คาร์โก้เฮ้าส์ จำกัด จำเลย บริษัทโอเพ่นซี คอนเทนเนอร์ ไลน์ส จำกัด กับพวก จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสยามอุตสาหกรรมการเกษตร สับปะรดและอื่น ๆ จำกัด · จำเลย - บริษัทสุปรีม คาร์โก้เฮ้าส์ จำกัด · จำเลยร่วม - บริษัทโอเพ่นซี คอนเทนเนอร์ ไลน์ส จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชิต คำแฝง · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายประสงค์ คุณาจิราภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เอนกพุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5463/2545ฎีกา 10488/2557ฎีกา 1646/2546ฎีกา 22318/2555ฎีกา 3999/2559ฎีกา 5809/2539ฎีกา 1375/2549ฎีกา 18407/2556ฎีกา 5337/2553ฎีกา 4807/2546ฎีกา 1273/2554ฎีกา 4709/2542ฎีกา 6589/2542ฎีกา 4064/2548ฎีกา 8947/2542ฎีกา 1274/2543ฎีกา 6141/2544ฎีกา 7622/2540ฎีกา 7085/2545ฎีกา 827/2548ฎีกา 1413/2549ฎีกา 176/2551ฎีกา 961/2544ฎีกา 9023/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา