⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1584/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1584/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้บัตรเครดิตเพื่อชำระค่าสินค้า บริการ หรือถอนเงินสด ถือเป็นธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้บัตรเครดิต และการที่ธนาคารเป็นผู้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของลูกค้า หรือยอมให้ลูกค้าถอนเงินสด ถือเป็นการประกอบธุรกิจประเภทบัตรเครดิต ซึ่งมีอายุความ 2 ปี ตามมาตรา 193/34 (7) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ย่อคำพิพากษา

ตามคำขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและสัญญาเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีเฉพาะสินเชื่อธนวัฏบัตรเครดิต ระบุไว้ชัดเจนว่า มีความมุ่งหมายเพื่อการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ อันเกิดจากใช้บัตรเครดิต รวมทั้งเพื่อถอนเงินสดจากบัญชีเงินฝากผ่านเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ ซึ่งล้วนเป็นธุรกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับการใช้บัตรเครดิตทั้งสิ้น การเปิดบัญชีกระแสรายวันจึงมิใช้เป็นการเปิดเพื่อให้มีการเบิกถอนเงินตามปกติ หากแต่เป็นบัญชีกระแสรายวันที่ใช้เพื่อให้จำเลยชำระหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยเฉพาะ มิใช่กรณีที่โจทก์จำเลยตกลงกันโดยให้ตัดทอนบัญชีหนี้อันเกิดขึ้นแต่กิจการในระหว่างโจทก์จำเลยนั้นหักกลบลบกัน และคงชำระแต่ส่วนที่เป็นจำนวนคงเหลืออันเป็นลักษณะสำคัญของสัญญาบัญชีเดินสะพัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 856 หนี้ที่เกิดขึ้นจึงหาใช่หนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีหรือหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดไม่ การที่โจทก์ได้ชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้ของจำเลยไปก่อน หรือการที่โจทก์ยอมให้จำเลยนำบัตรเครดิตไปถอนเงินสดจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติแล้วจึงเรียกเก็บจากจำเลยในภายหลังย่อมถือว่าได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบกิจการในการรับทำการงานต่างๆ เรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไปก่อนตามลักษณะของการประกอบธุรกิจประเภทบัตรเครดิต จึงมีอายุความ 2 ปี ตามมาตรา 193/34 (7)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2534 จำเลยยื่นคำขอใช้บัตรเครดิตกรุงไทย กับธนาคารโจทก์ สาขาบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยยินยอมผูกพันปฏิบัติตามสัญญาเงื่อนไขของผู้ถือบัตรที่โจทก์กำหนดไว้ทุกประการ โจทก์อนุมัติวงเงินในบัตรเครดิตดังกล่าวโดยให้จำเลยเปิดบัญชีกระแสรายวันเพื่อใช้หักทอนบัญชีสำหรับหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าและบริการต่อมาจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามบัญชีกระแสรายวันสินเชื่อธนวัฏบัตรเครดิต คิดถึงวันที่ 10 มกราคม 2535 ซึ่งเป็นวันครบรอบการตัดบัญชีและหักทอนบัญชีและหักทอนบัญชีครั้งสุดท้ายเป็นหนี้ต้นเงินจำนวน 9,980.90 บาท และต้นเงินของการเบิกถอนเงินสด จำนวน 43,212.25 บาท คิดดอกเบี้ยนับแต่วันดังกล่าวถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2545 มีดอกเบี้ยสะสมจำนวน 77,103.31 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 120,315.56 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.50 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 43,212.25 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เนื่องจากโจทก์ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์และให้บริการสินเชื่อแก่บุคคลทั่วไปในรูปของบัตรเครดิต การที่โจทก์ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของสมาชิกไปก่อนแล้วเรียกเก็บเงินจากสมาชิกภายหลัง เป็นการเรียกเอาค่าที่โจทก์ได้ออกเงินทดรองไปก่อน ซึ่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์มีอายุความ 2 ปี โจทก์ฟ้องจำเลยเกินกำหนดเวลาดังกล่าว และโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยซึ่งค้างชำระเกินกว่า 5 ปี นับแต่วันผิดนัด ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ จำเลยเป็นลูกค้าโจทก์โดยอนุมัติวงเงินสินเชื่อบัตรเครคิตให้แก่จำเลย เพื่อซื้อสินค้าและชำระค่าบริการต่างๆ แทนเงินสดและใช้เบิกเงินสด บัญชีกระแสรายวันสินเชื่อธนวัฏบัตรเครดิต มีข้อตกลงว่าโจทก์จะเป็นผู้ชำระเงินแทนจำเลยหรือว่าจ่ายเงินทดรองให้จำเลยไปก่อน แล้วโจทก์จึงเรียกเก็บเงินจากจำเลยในภายหลัง ตามใบคำขอใช้บัตรเครดิตกรุงไทย เอกสารหมาย จ.4 และคำขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและสัญญาเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีเฉพาะสินเชื่อธนวัฏบัตรเครดิต เอกสารหมาย จ.5 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าสัญญาและพฤติการณ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการใช้บัญชีกระแสรายวันเอกสารหมาย จ.5 หักทอนหนี้ซึ่งกันและกัน จึงมีลักษณะเป็นบัญชีเดินสะพัดซึ่งมีอายุความสิบปี โดยปรากฏตามรายการแจ้งยอดหนี้บัญชีกระแสรายวันเอกสารหมาย จ.8 ว่ามีการนำยอดหนี้จากค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการตามเอกสารหมาย จ.9 จำนวน 43,940.68 บาท เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2536 มาหักทอนเข้าในบัญชีกระแสรายวัน เมื่อนับระยะเวลาตั้งแต่วันดังกล่าวจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องคือวันที่ 21 มิถุนายน 2545 ยังไม่เกินสิบปี คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ นั้น เห็นว่า ตามคำขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและสัญญาเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีเฉพาะสินเชื่อธนวัฏบัตรเครดิต เอกสารหมาย จ.5 ระบุไว้ชัดเจนว่า มีความมุ่งหมายเพื่อการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ อันเกิดจากใช้บัตรเครดิต รวมทั้งเพื่อถอนเงินสดจากบัญชีเงินฝากผ่านเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ ซึ่งล้วนเป็นธุรกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับการใช้บัตรเครดิตทั้งสิ้น การเปิดบัญชีกระแสรายวันจึงมิใช่เป็นการเปิดเพื่อให้มีการเบิกถอนเงินตามปกติ หากแต่เป็นบัญชีกระแสรายวันที่ใช้เพื่อให้จำเลยชำระหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยเฉพาะ มิใช่กรณีที่โจทก์จำเลยตกลงกันโดยให้ตัดทอนบัญชีหนี้อันเกิดขึ้นแต่กิจการในระหว่างโจทก์จำเลยนั้นหักกลบลบกันและคงชำระแต่ส่วนที่เป็นจำนวนคงเหลืออันเป็นลักษณะสำคัญของสัญญาบัญชีเดินสะพัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 856 หนี้ที่เกิดขึ้นจึงหาใช่หนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีหรือหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดไม่ การที่โจทก์ได้ชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามจำเลยไปก่อน หรือการที่โจทก์ยอมให้จำเลยนำบัตรเครดิตไปถอนเงินสดจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติแล้วจึงเรียกเก็บจากจำเลยในภายหลัง ย่อมถือว่าได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบกิจการในการรับทำการงานต่างๆ เรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไปก่อนตามลักษณะของการประกอบธุรกิจประเภทบัตรเครดิต สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลหนี้ดังกล่าวจึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7) เมื่อทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่ามีการแจ้งให้จำเลยชำระหนี้ครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 มกราคม 2535 ซึ่งโจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้นับแต่วันดังกล่าว แต่โจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2545 พ้นกำหนด 2 ปี ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้วอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1584/2548 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายประพันธ์ พลอยแหวน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายประพันธ์ พลอยแหวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย วิวิตเสวี · เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · ธานิศ เกศวพิทักษ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1042/2531ฎีกา 4846/2542ฎีกา 117/2518ฎีกา 1862/2518ฎีกา 5852/2531ฎีกา 1446/2512ฎีกา 686/2546ฎีกา 1479/2539ฎีกา 2785/2522ฎีกา 540/2535ฎีกา 1077/2527ฎีกา 8294/2538ฎีกา 2940/2543ฎีกา 2877/2547ฎีกา 1690/2550ฎีกา 5887/2537ฎีกา 2569/2521ฎีกา 85/2535ฎีกา 1930/2526ฎีกา 2880/2545ฎีกา 4145/2542ฎีกา 1847/2542ฎีกา 977/2535ฎีกา 3544/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา