⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1042/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1042/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ธนาคารจ่ายเงินตามเช็คให้เกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีของลูกค้า ถือเป็นหนี้ที่ลูกค้าต้องชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยตามที่ตกลงกัน แต่หากไม่มีข้อตกลงให้ตัดทอนบัญชีหนี้สินอันมีลักษณะเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัด หรือเป็นการค้าขายอย่างอื่นในทำนองเดียวกัน จะไม่สามารถคิดดอกเบี้ยทบต้นได้. กรณีที่สัญญาเปิดบัญชีกระแสรายวันระบุให้คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย แต่ไม่ได้กำหนดอัตราที่แน่นอนไว้ และไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรง ให้บังคับตามอัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 3 ทำสัญญาเปิดบัญชีกระแสรายวันกับธนาคารเจ้าหนี้โดยมีข้อตกลงว่า ถ้าหากธนาคารจ่ายเงินตามเช็คให้เกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีของจำเลยที่ 3 ไป จำเลยที่ 3ยอมใช้เงินส่วนที่ธนาคารจ่ายเกินบัญชีให้ธนาคารพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย แต่ไม่มีข้อตกลงให้มีการตัดทอนบัญชีหนี้สินระหว่างกันอันมีลักษณะเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัด และถือไม่ได้ว่าเป็นการค้าขายอย่างอื่นในทำนองเช่นว่านั้นอันจะคิดดอกเบี้ยทบต้นกันได้ ธนาคารเจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้น คำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันระบุว่า ผู้ฝากยอมให้ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย มิได้กำหนดอัตราที่แน่นอนไว้โดยนิติกรรม และไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรงว่าให้คิดดอกเบี้ยได้ในอัตราเท่าใด กรณีจึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 7ที่ให้ใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.655 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 3ไว้เด็ดขาด ธนาคารเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ที่จำเลยที่ 3 เป็นหนี้เงินเบิกเกินบัญชี 235,923.28 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่า ธนาคารเจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยได้ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2523 ระหว่าง บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด โจทก์ นายกิมเม้งพิบูลสุข จำเลย สมควรให้ธนาคารเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน145,088.46 บาท จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ส่วนที่ขอเกินมาให้ยก ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เจ้าหนี้รายนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ 235,923.28 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ทางสอบสวนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนพยานของฝ่ายเจ้าหนี้ฝ่ายเดียว ส่วนลูกหนี้ (จำเลยที่ 3)หลบหนี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงงดสอบสวน ข้อเท็จจริงที่ไม่ได้โต้เถียงกันฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2522 ลูกหนี้(จำเลยที่ 3) ขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารเจ้าหนี้สาขาวรจักร ปรากฏตามคำขอเอกสารหมาย จ.3 หลังจากนั้นลูกหนี้(จำเลยที่ 3) ได้นำเงินเข้าและเบิกเงินออกจากบัญชีเรื่อยมาจนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2522 ลูกหนี้ (จำเลยที่ 3)ได้นำเงินเข้า 2,500 บาท จนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ปรากฏว่าธนาคารเจ้าหนี้ได้จ่ายเงินตามเช็คเกินจำนวนเงินที่ลูกหนี้ (จำเลยที่ 3) มีอยู่ในบัญชี 109,733.28 บาท แล้วธนาคารเจ้าหนี้ได้คิดดอกเบี้ยจากลูกหนี้ (จำเลยที่ 3) ในอัตราร้อยละ 19 โดยวิธีทบต้นตามประเพณีของธนาคารนับแต่วันที่ธนาคารเจ้าหนี้ได้จ่ายเงินเกินบัญชีไป ซึ่งปรากฏว่าตามการ์ดบัญชี เอกสารหมาย จ.4 ลูกหนี้ (จำเลยที่ 3) เป็นหนี้ธนาคารเจ้าหนี้ทั้งสิ้น 235,923.28 บาท คงมีปัญหาตามฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ข้อตกลงระหว่างธนาคารเจ้าหนี้กับลูกหนี้ (จำเลยที่ 3) ในการที่ลูกหนี้ (จำเลยที่ 3) ขอเปิดบัญชีกระแสรายวันมีลักษณะเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัดที่ธนาคารเจ้าหนี้จะคิดดอกเบี้ยโดยวิธีทบต้นตามประเพณีของธนาคารได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติลักษณะของสัญญาบีญชีเดินสะพัดไว้ในมาตรา 856 ว่า 'ฯลฯ คือสัญญาซึ่งบุคคลสองคนตกลงกันว่าสืบแต่นั้นไป หรือในชั่วเวลากำหนดอันใดอันหนึ่งให้ตัดทอนบัญชีหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนอันเกิดขึ้นแต่กิจการในระหว่างเขาทั้งสองนั้นหักกลบลบกัน และคงชำระแต่ส่วนที่เป็นจำนวนคงเหลือโดยดุลภาค' แต่ตามคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันของลูกหนี้ (จำเลยที่ 3) เอกสารหมาย จ.3 ไม่ปรากฏว่าคู่สัญญาตกลงให้มีการตัดทอนบัญชีหนี้สินระหว่างกันแต่ประการใด ทั้งคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวัน เอกสารหมาย จ.3 ข้อ 30 ที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยนั้น ก็เป็นเรื่องการฝาและการถอนเงินในบัญชีกระแสรายวันเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องการตัดทอนบัญชีอันมีลักษณะเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัด ส่วนการที่ธนาคารเจ้าหนี้จ่ายเงินตามเช็คเกินจำนวนเงินในบัญชีของลูกหนี้ (จำเลยที่ 3) ก็มีเงื่อนไขการรับเป็นบัญชีกระแสรายวันตามคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันเอกสารหมาย จ.3 ข้อ 18 ระบุว่า 'ถ้าบัญชีของผู้ฝากมีเงินไม่พอจ่ายตามเช็ค ฯลฯ หากธนาคารจ่ายเงินตามเช็คให้เกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีของผู้ฝากไป ผู้ฝากยอมใช้เงินส่วนที่ธนาคารจ่ายเกินบัญชีนั้นให้ธนาคาร พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย ฯลฯ' ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ธนาคารเจ้าหนี้ตกลงให้ลูกหนี้ (จำเลยที่ 3) เบิกเงินเกินบัญชีอันจะใช้บัญชีกระแสรายวันเป็นบัญชีเดินสะพัดในการหักทอนบัญชี ข้อตกลงในการเปิดบัญชีกระแสรายวัน ตามเอกสารหมาย จ.3 ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัด ทั้งรูปคดีทำนองเดียวกันนี้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้เป็นแบบอย่างตามคำพิพากษาฎีกาที่กล่าวถึงมาแล้วข้างต้น กับคำพิพากษาฎีกาที่ 3351/2527 ระหว่าง บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด โจทก์ นายธาตรี ลีธีระประเสริฐ จำเลย ว่าไม่ใช่เรื่องการกู้ยืมเงิน หรือทำสัญญาบัญชีเดินสะพัด หรือการค้าอย่างอื่นทำนองเดียวกัน ดังนั้น ธนาคารเจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยทบต้นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย มีปัญหาตามฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต่อไปว่า ธนาคารเจ้าหนี้มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากลูกหนี้ (จำเลยที่ 3) ในอัตราใดปรากฏตามคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวัน ข้อ 18 เอกสารหมาย จ.3 ว่าผู้ฝากยอมให้ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย มิได้กำหนดอัตราที่แน่นอนไว้โดยนิติกรรม และไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรงว่าให้คิดดอกเบี้ยได้ในอัตราเท่าใด กรณีจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 ที่ให้ใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่เห็นว่า ธนาคารเจ้าหนี้มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้และคิดได้ในอัตราต่าง ๆกัน ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฟังขึ้น' พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1042/2531 บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ สากล เคหะ จำกัด โจทก์ นาย ถาวร กิตติ จำ เจริญ สุข กับพวก จำเลย เจ้าหนี้ จำเลย ธนาคาร กสิกร ไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ สากล เคหะ จำกัด · จำเลย - นาย ถาวร กิตติ จำ เจริญ สุข กับพวก · จำเลย - เจ้าหนี้ · จำเลย - ธนาคาร กสิกร ไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดชา สุวรรณโณ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2296/2526ฎีกา 1949/2516ฎีกา 7630/2540ฎีกา 8700/2542ฎีกา 1274/2497ฎีกา 3311/2542ฎีกา 2127/2565ฎีกา 497/2528ฎีกา 652/2539ฎีกา 5291/2540ฎีกา 684/2520ฎีกา 3518/2524ฎีกา 7287/2539ฎีกา 1890/2524ฎีกา 4846/2542ฎีกา 117/2518ฎีกา 1862/2518ฎีกา 5852/2531ฎีกา 1446/2512ฎีกา 686/2546ฎีกา 1471/2542ฎีกา 1157/2500ฎีกา 1479/2539ฎีกา 170/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ