⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1814/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินสดที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าได้มาโดยสุจริตและมีที่มาอันชอบด้วยกฎหมาย และผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้สันนิษฐานว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และให้ริบตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า เงินสดของกลางจำนวน 116,600 บาท เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของผู้คัดค้านทั้งสองตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ และให้ริบเงินสดดังกล่าวตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือไม่ แต่ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1815/2544 ของศาลชั้นต้นคดีก่อน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าเงินสดของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือได้มาโดยได้กระทำความผิดในคดีดังกล่าวที่ต้องริบให้ตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ และ ป.วิ.อ. หรือไม่ เห็นได้ว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในคดีอาญาดังกล่าวและคดีตามคำร้องคดีนี้แตกต่างกัน การพิจารณาคดีนี้จึงไม่เป็นการฟ้องซ้ำหรือร้องซ้ำกับคดีอาญาดังกล่าว เงินสดของกลางจำนวน 116,600 บาท เป็นของผู้คัดค้านทั้งสองที่มีอยู่หรือได้มาเกินกว่าฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริตและผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ทรัพย์สินดังกล่าวจึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่า เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อผู้คัดค้านทั้งสองไม่อาจพิสูจน์หักล้างได้ จึงต้องริบเงินสดจำนวนดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามความในมาตรา 29 และมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม.29 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้คัดค้านทั้งสองพร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนจำนวน 550 เม็ด เงินสดจำนวน 116,600 บาท กับโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 1 เครื่อง พร้อมแบตเตอรี่จำนวน 1 ก้อน ต่อมาผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องผู้คัดค้านทั้งสองเป็นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อศาลชั้นต้น ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1685/2542 และเนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงมีการตรวจสอบทรัพย์สินของบุคคลทั้งสอง ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีคำวินิจฉัยว่าเงินสดจำนวน 116,600 บาท กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโมโตโรล่าจำนวน 1 เครื่องพร้อมแบตเตอรี่จำนวน 1 ก้อน เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดของผู้คัดค้านทั้งสอง จึงมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินดังกล่าว และให้ผู้ร้องยื่นคำร้องเป็นคดีนี้ ขอให้ศาลมีคำสั่งริบเงินสดจำนวน 116,600 บาทกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโมโตโรล่าจำนวน 1 เครื่อง พร้อมแบตเตอรี่จำนวน 1 ก้อนให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27, 29, 31 พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศคำร้องในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นสองวันติดต่อกัน เพื่อให้ผู้ซึ่งอาจอ้างเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ขอให้ศาลมีคำสั่งริบมายื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีก่อนคดีถึงที่สุด อีกทั้งมีหนังสือแจ้งไปยังผู้คัดค้านทั้งสองทราบประกาศดังกล่าวโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับด้วย ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า ทรัพย์สินทั้งสองรายการตามคำร้องเป็นทรัพย์สินที่ผู้คัดค้านทั้งสองได้มาโดยสุจริตและมิใช่ทรัพย์สินที่มีอยู่หรือได้มาเกินกว่าฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริต จึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ขอให้ยกคำร้องและคืนทรัพย์สินทั้งสองรายการแก่ผู้คัดค้านทั้งสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบเงินสดจำนวน 116,6000 บาท (ที่ถูก 116,000 บาท) ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29, 31 คำขออื่นให้ยก ผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองข้อแรกมีว่า คำร้องขอให้ริบเงินสดของกลางจำนวน 116,600 บาท เป็นการฟ้องซ้ำหรือร้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1815/2544 ของศาลชั้นต้น ซึ่งพิพากษาไม่ริบเงินสดของกลางดังกล่าวและคดีถึงที่สุดแล้วหรือไม่นั้น เห็นว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในคดีนี้มีว่าเงินสดของกลางดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของผู้คัดค้านทั้งสองตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 และให้ริบเงินสดดังกล่าวตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือไม่ แต่ในคดีอาญาดังกล่าวปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าเงินสดของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาโดยได้กระทำความผิด ในคดีดังกล่าวที่ต้องริบเงินให้ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ จึงเห็นได้ว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในคดีอาญาดังกล่าวและคดีตามคำร้องคดีนี้แตกต่างกัน ดังนั้น การพิจารณาคดีนี้จึงหาเป็นการฟ้องซ้ำหรือร้องซ้ำกับคดีอาญาดังกล่าวไม่ ฎีกาข้อนี้ของผู้คัดค้านทั้งสองฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองต่อไปมีว่า เงินสดของกลางจำนวน 116,600 บาท เป็นทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่...ฯลฯ...พยานหลักฐานของผู้ร้องมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าเงินสดจำนวน 116,600 บาท เป็นของผู้คัดค้านทั้งสองที่มีอยู่หรือได้มาเกินกว่าฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริต และผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ทรัพย์สินดังกล่าวจึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่า เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อผู้คัดค้านทั้งสองไม่อาจพิสูจน์หักล้างได้ จึงต้องริบเงินสดจำนวนดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามความในมาตรา 29 และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2548 พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์ จ่าสิบเอกสมศักดิ์ เพ็งคำปั้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ · จำเลย - จ่าสิบเอกสมศักดิ์ เพ็งคำปั้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · คมวุฒ บุรีธนวัต · มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 12213/2547ฎีกา 12490/2556ฎีกา 6344/2551ฎีกา 3605/2550ฎีกา 2568/2554ฎีกา 2683/2543ฎีกา 12179/2555ฎีกา 6089/2544ฎีกา 12034/2555ฎีกา 10861/2554ฎีกา 645/2550ฎีกา 2617/2543ฎีกา 3245/2548ฎีกา 1566/2554ฎีกา 8593/2548ฎีกา 585/2548ฎีกา 2939/2565ฎีกา 2109/2539ฎีกา 2605/2555ฎีกา 2976/2556ฎีกา 29/2555ฎีกา 4928/2541ฎีกา 2710/2543ฎีกา 7343-7345/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ