⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4030/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4030/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐมีกำหนดอายุความสองปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน

ย่อคำพิพากษา

การเคหะแห่งชาติโจทก์เป็นหน่วยงานของรัฐฟ้องจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐว่ากระทำละเมิดต่อโจทก์อันเป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ย่อมตกอยู่ในบังคับอายุความตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 10 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่กรณีนี้เป็นการเฉพาะที่กำหนดว่า สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐให้มีกำหนดอายุความสองปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนมิใช่นับแต่วันที่จำเลยรับเงินไว้จากลูกค้าแทนโจทก์แล้วยักยอกไป หลังเกิดเหตุโจทก์ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงหาผู้ต้องรับผิดและคณะกรรมการสอบสวนได้เสนอเรื่องให้ผู้ว่าการของโจทก์ทราบข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้นำเงินของโจทก์ไปใช้ ซึ่งจะต้องรับผิดต่อโจทก์เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2542 จึงถือได้ว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมดทดแทนตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2542 เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ 9 มีนาคม 2544 ยังไม่เกินกำหนด 2 ปี จึงไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ.2537 มีนายสุกรี คุ้มพันธุ์ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ ตำแหน่งช่างเทคนิคระดับ 2 สำนักงานเคหะชุมชนจันทบุรี ปัจจุบันโจทก์ได้ลงโทษทางวินัยให้จำเลยออกจากการเป็นพนักงานของโจทก์แล้ว เนื่องจากจำเลยขาดงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นเวลาเกินกว่า 7 วันทำการ ขณะทำงานในระหว่างวันที่ 2 มีนาคม 2541 ถึงวันที่ 10 มีนาคม 2542 จำเลยได้รับเงินค่าเช่าซื้อตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสำนักงานเคหะชุมชนจันทบุรีจากผู้เช่าซื้อหลายรายรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 828,901 บาท แล้วได้ยักยอกเงินดังกล่าวไปทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 828,901 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 10 มีนาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เนื่องจากโจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่มีสิทธิเรียกร้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 828,901 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 9 มีนาคม 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาได้ความว่า จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งช่างเทคนิค ระดับ 2 สำนักงานเคหะชุมชนจันทบุรี ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลการรับเงินค่าเช่าซื้อจากลูกค้าของโจทก์ จัดเก็บรักษาและนำเงินที่รับไว้จากลูกค้าส่งให้แก่โจทก์ ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม 2541 ถึงวันที่ 10 มีนาคม 2542 จำเลยรับเงินค่าเช่าซื้อจากลูกค้าของโจทก์รวม 16 ครั้ง เป็นเงิน 828,901 บาท แล้วไม่มีการนำเงินจำนวนดังกล่าวส่งให้แก่โจทก์ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการเดียวว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ข้อนี้จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์เป็นรัฐวิสาหกิจเป็นหน่วยงานของรัฐ จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ อายุความสิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีกำหนดเพียง 2 ปี ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 10 วรรคสอง เห็นว่า เมื่อโจทก์เป็นหน่วยงานของรัฐฟ้องจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐว่ากระทำละเมิดต่อโจทก์อันเป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ย่อมตกอยู่ในบังคับอายุความตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 10 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่คดีนี้เป็นการเฉพาะที่กำหนดว่า สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐให้มีกำหนดอายุความสองปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หาใช่นับแต่วันที่จำเลยรับเงินไว้จากลูกค้าแทนโจทก์แล้วยักยอกไปดังที่อุทธรณ์มา และเมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงมาว่า หลังเกิดเหตุโจทก์ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงหาผู้ต้องรับผิดและคณะกรรมการสอบสวนได้เสนอเรื่องให้ผู้ว่าการของโจทก์ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้ว่าจำเลยได้นำเงินของโจทก์ไปใช้ ซึ่งจะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.15 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2542 จึงถือได้ว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2542 ดังนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ 9 มีนาคม 2544 ยังไม่เกินกำหนด 2 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4030/2548 การเคหะแห่งชาติ โจทก์ นายอาทิตย์ แช่มช้อย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - การเคหะแห่งชาติ · จำเลย - นายอาทิตย์ แช่มช้อย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รัตน กองแก้ว · ชวลิต ยอดเณร · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1307/2566ฎีกา 7518/2551ฎีกา 976/2550ฎีกา 7430/2568ฎีกา 7990/2559ฎีกา 10158/2558ฎีกา 8649/2559ฎีกา 4478/2564ฎีกา 6494/2557ฎีกา 8692/2551ฎีกา 2345/2548ฎีกา 8793/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา