คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3591/2549
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาไม่เกิน 5 ปี และไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นการขายเพื่อการค้าหรือหากำไร ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ย่อคำพิพากษา
พ.ร.ฏ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 มีผลใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่นาย พ. จึงต้องนำพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาใช้บังคับกับกรณีของโจทก์ เมื่อโจทก์ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มา และกรณีของโจทก์ไม่เข้าข้อยกเว้นว่าโจทก์ใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญที่โจทก์มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรและได้อาศัยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี จึงต้องถือว่าโจทก์ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตาม มาตรา 3 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว โจทก์จึงต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตาม ป.รัษฎรกร มาตรา 91/2(6)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลรัษฎากร ม.51 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 ม.3
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามหนังสือแจ้งการประเมิน ภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.73.1) เลขที่ ก. 16.2/1005290/6/100268 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ. 1 (อธ.2)/2545/234 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2545 หรือพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มให้แก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนด ค่าทนายความให้ 4,000 บาท
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันฟังยุติได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 42378 พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 2/116 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยซื้อมาเมื่อปี 2533 ต่อมาโจทก์ทำนิติกรรมขายที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวไปในปี 2536 เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยจึงแจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบว่าโจทก์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากการทำนิติกรรมขายที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าว โจทก์รับว่าโจทก์ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านเลขที่ 2/116 แต่โจทก์และครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวตั้งแต่วันที่ซื้อมาโดยมีใบเสร็จรับเงินการชำระค่าน้ำประปาค่าไฟฟ้า และมีหลักฐานการเข้าเรียนของบุตรที่โรงเรียนใกล้บ้านมาแสดง
ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกมีว่า โจทก์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างครั้งนี้หรือไม่ เห็นว่า พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534 มีผลใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่นายไพโรจน์ จึงต้องนำพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาใช้บังคับแก่กรณีของโจทก์ และกรณีที่โจทก์โอนที่ดินให้แก่นายไพโรจน์นั้นโจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นได้แน่ชัดว่ามิได้เป็นการขายในทางค้าหรือหากำไร ทั้งยังปรากฏว่าโจทก์ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มา และไม่เข้าข้อยกเว้นว่าโจทก์ใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญที่โจทก์มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรและได้อาศัยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี จึงถือว่าโจทก์ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร จึงต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากรและมาตรา 3 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น...
พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3591/2549
นายสืบสิน สินศุข โจทก์
กรมสรรพากร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสืบสิน สินศุข · จำเลย - กรมสรรพากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · ทองหล่อ โฉมงาม · ชาลี ทัพภวิมล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลภาษีอากรกลาง - นางวีนัส นิมิตกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | ภษ.109/2546 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา