⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6099/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต้องเป็นไปตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ โดยไม่สามารถนำข้อผิดพลาดในการลงบัญชีมาเป็นฐานในการกำหนดค่าเสียหายได้

ย่อคำพิพากษา

ตามคำฟ้องของโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์จำนวน 170,512 บาท แต่เมื่อศาลแรงงานกลางสั่งให้นำคดีนี้รวมพิจารณาคดีเดียวกับคดีอื่นแล้ว ศาลแรงงานกลางได้จัดทำบัญชีสำหรับรวมพิจารณาโดยนำรายละเอียดต่างๆ ในคำฟ้องแต่ละสำนวนมาลงไว้ ซึ่งในช่องคำขอท้ายฟ้องในบัญชีดังกล่าวลงรายการว่าโจทก์ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายดังกล่าวเพียงจำนวน 17,052 บาท โดยจำนวนเงินดังกล่าวไม่ปรากฏในคำฟ้องหรือคำขอท้ายฟ้อง ซึ่งเป็นการลงบัญชีผิดพลาด เมื่อพิจารณาถึงจำนวนเงินค่าเสียหายที่ศาลแรงงานกลางกำหนดให้โจทก์คนอื่นในคดีรวมพิจารณา ปรากฏว่ากำหนดค่าเสียหายจากการนำอัตราค่าจ้างสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานโดยประมาณ ยกเว้นโจทก์บางคนในคดีรวมพิจารณามีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยชำระค่าเสียหายต่ำกว่าจำนวนที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ศาลแรงงานกลางก็จะกำหนดให้ไม่เกินตามคำขอท้ายฟ้อง แต่กรณีของโจทก์ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เพียงคนเดียว โดยหากคำนวณตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้วจะได้จำนวนที่สูงกว่า 17,052 บาท ตามที่ลงไว้ในบัญชีสำหรับรวมพิจารณาเป็นจำนวนมาก แต่ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เท่ากับจำนวนเงินที่ลงไว้ในบัญชีดังกล่าวโดยไม่ปรากฏว่าเป็นเพราะเหตุใด แสดงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นการนำข้อผิดพลาดในบัญชีดังกล่าวมากำหนดเป็นค่าเสียหาย จึงให้ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้โจทก์ใหม่โดยคำนึงถึงจำนวนเงินที่โจทก์ขอมาท้ายฟ้อง ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าใดให้อยู่ในดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.52

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เดิมศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 4880/2549 ถึง 4890/2549, 4892/2549 ถึง 4901/2549 และ 1410/2549 ของศาลแรงงานกลาง แต่คดีดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำสั่งและคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้และให้เรียกชื่อคู่ความใหม่ว่า โจทก์และจำเลย โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำนวน 170,512 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 17,052 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเป็นเงินจำนวน 170,512 บาท แต่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 17,052 บาท ซึ่งตรงกับจำนวนตามบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์จำนวน 170,512 บาทแต่เมื่อศาลแรงงานกลางสั่งให้นำคดีนี้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 4880/2549 ถึง 4890/2549, 4892/2549 ถึง 4901/2549 และ1410/2549 ของศาลแรงงานกลางแล้ว ศาลแรงงานกลางได้จัดทำบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีขึ้นโดยนำรายละเอียดต่างๆ ในคำฟ้องของแต่ละสำนวนมาลงไว้ เช่น ชื่อโจทก์วันเข้าทำงาน อัตราค่าจ้างสุดท้าย วันเลิกจ้าง และคำขอท้ายฟ้อง ซึ่งในช่องคำขอท้ายฟ้องในบัญชีดังกล่าวกลับลงรายการว่าโจทก์ในคดีนี้ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมไว้เป็นเงินเพียง 17,052 บาท โดยจำนวนเงินดังกล่าวไม่มีปรากฏในคำฟ้องหรือคำขอท้ายฟ้องแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการลงบัญชีที่ผิดพลาด และเมื่อพิจารณาถึงจำนวนค่าเสียหายซึ่งศาลแรงงานกลางกำหนดให้โจทก์คนอื่น ๆ ในคดีนำมารวมพิจารณาดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อได้คำนวณแล้วเห็นได้ว่ามีการกำหนดค่าเสียหายจากหลักเกณฑ์การนำอัตราค่าจ้างสุดท้ายมาคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานโดยประมาณ ยกเว้นในกรณีที่โจทก์บางคนในคดีที่นำมารวมพิจารณาดังกล่าวมีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต่ำกว่าจำนวนที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวศาลแรงงานกลางก็จะกำหนดให้ไม่เกินตามคำขอท้ายฟ้อง แต่กรณีของโจทก์ในคดีนี้ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวอยู่เพียงคนเดียว โดยหากคำนวณจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะได้จำนวนที่สูงกว่า 17,052 บาท ตามที่ลงไว้ในบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีเป็นจำนวนมาก แต่ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้โจทก์ในคดีนี้เท่ากับจำนวนเงินที่ลงไว้ในบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีโดยไม่ปรากฏว่าเป็นเพราะสาเหตุใด แสดงให้เห็นได้ชัดว่าคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางเป็นการนำข้อผิดพลาดในบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีที่ลงไว้ผิดมากำหนดเป็นค่าเสียหาย จึงให้ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้โจทก์ในคดีนี้ใหม่โดยให้คำนึงถึงว่าโจทก์ฟ้องขอมาจำนวนเท่าใด ส่วนค่าเสียหายจะเป็นจำนวนเท่าใดให้อยู่ในดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำนวนเงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมของโจทก์ในคดีนี้ แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2551 นางนิภารัตน์ ขำกลิ่น โจทก์ บริษัทมิก เด็นชิโคเงียว (ไทยแลนด์) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนิภารัตน์ ขำกลิ่น · จำเลย - บริษัทมิก เด็นชิโคเงียว (ไทยแลนด์) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · มานัส เหลืองประเสริฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายธีระพงศ์ ฮั่นไพศาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.2342/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 7174/2542ฎีกา 1596/2529ฎีกา 9380/2544ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1221/2549ฎีกา 2462/2533ฎีกา 2839/2527ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 5025/2548ฎีกา 1684/2566ฎีกา 422/2541ฎีกา 5494/2541ฎีกา 3820/2528ฎีกา 1359/2530ฎีกา 4309/2541ฎีกา 7061/2540ฎีกา 3306/2524ฎีกา 1542/2531ฎีกา 8013/2538ฎีกา 3223/2525ฎีกา 4625/2542ฎีกา 8238/2550ฎีกา 1768/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา