⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2839/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2839/2527

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากเหตุใดเป็นข้อเท็จจริงเมื่อศาลแรงงานฟังว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากผลการทดลองปฏิบัติงานของโจทก์ไม่ดี ข้อเท็จจริงย่อมยุติ โจทก์จะอุทธรณ์เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่หาได้ไม่ ข้ออุทธรณ์ที่โต้เถียงฝืนข้อเท็จจริงนั้น ไม่มีข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย ตามสัญญาจ้างจำเลยให้โจทก์ทดลองปฏิบัติงาน 180 วัน และภายในระยะเวลานี้คู่สัญญามีสิทธิเลิกสัญญาได้โดยแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่า 30 วัน ข้อตกลงนี้ไม่มีกฎหมายห้ามไว้ จึงมีผลใช้บังคับจำเลยจะอ้างว่าระยะเวลาที่จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่เพียงพอมาเป็นเหตุที่จะปฏิเสธไม่ต้องปฏิบัติตามสัญญาหาได้ไม่ เมื่อศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยแก่โจทก์ก่อนวันที่โจทก์เรียก เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ศาลฎีกาแก้ไขให้ถูกต้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.52 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.54

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง กำหนดทดลองปฏิบัติงาน ๑๘๐ วันจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เป็นการผิดสัญญาซึ่งระบุว่า ภายในระยะเวลาทดลองปฏิบัติงาน คู่สัญญามีสิทธิเลิกสัญญาได้ไม่ว่าเวลาใด โดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า ๓๐ วันทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยต้องจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากสาเหตุส่วนตัว เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำเลยต้องจ่ายค่าเสียหาย ระหว่างที่โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยให้โจทก์ทำงานล่วงเวลาโดยยังไม่จ่ายค่าล่วงเวลาซึ่งโจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากเลิกจ้างโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ค่าเสียหายเนื่องจากเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าล่วงเวลาพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า สัญญาจ้างซึ่งกำหนดให้การเลิกจ้างต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า๓๐ วันนั้น ไม่ใช้บังคับแก่การเลิกจ้างซึ่งอยู่ในระหว่างระยะเวลาทดลองปฏิบัติงาน เพราะไม่อยู่ในวิสัยที่จะปฏิบัติได้ แม้สัญญาจะใช้บังคับแก่กรณีนี้ด้วยก็ใช้บังคับเฉพาะการเลิกจ้างในช่วงก่อนครบกำหนดระยะเวลาทดลองปฏิบัติงาน ๓๐ วัน โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะผลของการทดลองปฏิบัติงานไม่เป็นที่พอใจ จึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะผลของการทดลองปฏิบัติงานของโจทก์ไม่ดี จึงไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ส่วนข้อที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้านั้น เมื่อสัญญากำหนดไว้ชัดแจ้งให้จำเลยต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อน การที่ไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าย่อมเป็นการผิดสัญญาจำต้องใช้ค่าเสียหาย และฟังว่าจำเลยยังค้างชำระค่าล่วงเวลาพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากเลิกจ้างโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าค่าล่วงเวลาพร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีของเงินค่าล่วงเวลาแก่โจทก์ โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากเหตุใดนั้น เป็นข้อเท็จจริง เมื่อศาลแรงงานกลางพิจารณาพยานหลักฐานและวินิจฉัยชี้ขาดว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากผลของการทดลองปฏิบัติงานของโจทก์ไม่ดี ข้อเท็จจริงย่อมยุติ โจทก์จะอุทธรณ์คัดค้านเพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่หาได้ไม่ ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯมาตรา ๕๔ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาทดลองปฏิบัติงานไปแล้ว ๓ วัน โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับค่าเสียหายสำหรับเวลาที่เกินนั้นโจทก์บรรยายฟ้องชัดแจ้งว่า จำเลยจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๖ และเลิกจ้างเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๖ ซึ่งเป็นการเลิกจ้างในระหว่างระยะเวลาทดลองปฏิบัติงาน ไม่ใช่เลิกจ้างเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาทดลองปฏิบัติงานแล้ว อุทธรณ์โจทก์โต้เถียงฝืนข้อเท็จจริง จึงไม่มีข้อเท็จจริงซึ่งจะนำไปสู่การวินิจฉัยข้อกฎหมายของโจทก์ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ ข้อกำหนดต่าง ๆ ซึ่งระบุในสัญญาจ้างเป็นเรื่องที่คู่สัญญาตกลงและกำหนดขึ้นเอง โดยเฉพาะข้อสัญญาซึ่งกำหนดให้การเลิกจ้างต้องแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้า ๓๐ วันนั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ จึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ย่อมมีผลใช้บังคับ จำเลยจะอ้างระยะเวลาที่จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่เพียงพอมาเป็นเหตุที่จะปฏิเสธไม่ต้องปฏิบัติตามสัญญาหาได้ไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ โดยไม่แจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้า จึงเป็นการผิดสัญญาจำต้องใช้ค่าเสียหาย อนึ่ง ปรากฏว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าล่วงเวลาพร้อมทั้งเรียกดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่๗ ตุลาคม ๒๕๒๖ เป็นต้นไป แต่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๖ เป็นการพิพากษาเกินคำขอต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา ๕๒ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ดอกเบี้ยของค่าล่วงเวลาให้นับตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๒๖เป็นต้นไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2839/2527 นายปราโมทย์ ปิติสันต์ โจทก์ วิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปราโมทย์ ปิติสันต์ · จำเลย - วิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร สุมิระ · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายอร่าม หุตางกูร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 2328/2533ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3136/2524ฎีกา 4590/2553ฎีกา 548/2522ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 2657/2534ฎีกา 1479/2526ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 3024/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา