⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1061/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1061/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเสียเงินกินเปล่าของผู้เช่าให้แก่ผู้ให้เช่าเพียงเพื่อให้ได้สิทธิเช่าต่อไป ไม่ถือเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษไปกว่าสัญญาเช่าธรรมดา การฟ้องบังคับให้ผู้ให้เช่าทำสัญญาเช่าต่อไปจึงต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้เช่าเป็นสำคัญตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่า ในขณะที่โจทก์ผู้เช่าอ้างว่าได้เสียเงินกินเปล่าให้จำเลยผู้ให้เช่าไปนั้น โจทก์ผู้เช่ากำลังเช่าห้องพิพาทอยู่แล้ว ไม่ได้มีการก่อสร้างห้องเช่าใหม่ ดังนี้ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นเงินช่วยค่าก่อสร้าง การเช่าระหว่างโจทก์จำเลยจึงเป็นการเช่ากันอย่างธรรมดา การที่ผู้เช่าเสียเงินกินเปล่าให้แก่ผู้ให้เช่าในลักษณะเช่นนี้เพียงแต่ให้โจทก์ผู้เช่ามีสิทธิอยู่ในห้องเช่าต่อไปเท่านั้น จึงไม่มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษไปกว่าสัญญาเช่าธรรมดา เมื่อไม่เป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างอื่นดังกล่าวแล้ว โจทก์จะนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่าให้โจทก์อยู่ในห้องเช่าต่อไปอีก 3 ปี หาได้ไม่เพราะการฟ้องคดีนี้โจทก์มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายจำเลยผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 โจทก์ตกลงยอมเสียเงินกินเปล่า 120,000 บาท ให้จำเลยเพื่อสิทธิที่โจทก์จะได้เช่าห้องพิพาทต่อไปอีก 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2506 ในการที่โจทก์ได้จ่ายเงินกินเปล่าล่วงหน้า 40,000 บาท ให้จำเลยไป ความปรากฏในสำนวนว่าโจทก์ได้อยู่ในห้องเช่าตลอดมานับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2506 เกินกว่า 1 ปีแล้ว เมื่อเทียบตามส่วนกับจำนวนเงินกินเปล่าที่โจทก์เสียไปเห็นได้ชัดว่าโจทก์ได้รับประโยชน์คุ้มกันกับเงินกินเปล่าที่โจทก์เสียไปแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเงินกินเปล่า 40,000 บาทนี้คือจากจำเลยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าตึกเลขที่ ๓๓๐ จากจำเลยโดยทำหนังสือกันคราวละ ๓ ปี ครั้งหลังสุดครบกำหนด ๑ มกราคม ๒๕๐๔ โจทก์ครอบครองตึกเช่าตลอดมาโดยจำเลยไม่ทักท้วง ก่อนฟ้องสัก ๑ ปี ตัวแทนจำเลยแจ้งโจทก์ว่าถ้าโจทก์ประสงค์จะทำหนังสือสัญญาเช่าต่อไปอีก ๓ ปี นับแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๐๖ โจทก์ต้องเสียเงินกินเปล่าให้จำเลย ๑๒๐,๐๐๐ บาท โจทก์ตกลงและมอบเงินให้ตัวแทนจำเลยไป ๔๐,๐๐๐ บาท ส่วนอีก ๘๐,๐๐๐ บาท จะชำระเมื่อทำสัญญา จำเลยไม่ยอมทำสัญญา ขอให้ศาลบังคับถ้าไม่อาจบังคับได้ก็ให้จำเลยคืนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ฯลฯ ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ และฟ้องแย้งจำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ในข้อที่โจทก์อ้างว่าได้เสียเงินกินเปล่าให้แก่จำเลยผู้ให้เช่าไปเป็นสัญญาต่างตอบแทนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์ได้บรรยายชัดว่าในขณะที่โจทก์ผู้เช่าอ้างว่าได้เสียเงินกินเปล่า ๔๐,๐๐๐ บาทให้จำเลยผู้ให้เช่าไปนั้นโจทก์ผู้เช่ากำลังเช่าห้องพิพาทหนี้อยู่แล้ว ไม่ได้มีการก่อสร้างห้องเช่าขึ้นใหม่ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นเงินช่วยค่าก่อสร้าง การเช่าระหว่างโจทก์จำเลยจึงเป็นการเช่ากันอย่างธรรมดา การที่ผู้เช่าเสียเงินกินเปล่าให้แก่ผู้ให้เช่าในลักษณะเช่นนี้เพียงแต่ให้โจทก์ผู้เช่ามีสิทธิ์อยู่ในห้องเช่าต่อไปเท่านั้น จึงไม่มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษไปกว่าสัญญาเช่าธรรมดา เมื่อไม่เป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างอื่นดังกล่าวแล้ว โจทก์จะนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่าให้โจทก์อยู่ในห้องเช่าต่อไปอีก ๓ ปีหาได้ไม่ เพราะการฟ้องคดีนี้โจทก์มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายจำเลยผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ จึงต้องย้ายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๘ แม้คดีนี้จะได้ความว่าโจทก์ได้เสียเงินดินเปล่าไปแล้วก็ดี ก็หาทำให้โจทก์มีสิทธิดีขึ้นไม่ กรณีเช่นนี้หากศาลจะยอมรับบังคับให้ทำหนังสือสัญญาเช่ากันได้ บทบัญญัติของมาตรา ๕๓๘ ที่บังคับให้ผู้เช่าและผู้ให้เช่าปฏิบัติในเวลาตกลงเช่ากันย่อมไร้ผล ส่วนคำขอของโจทก์อีกข้อหนึ่งที่ว่าถ้าศาลไม่อาจบังคับให้จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่าได้ ก็ให้จำเลยคืนเงินกินเปล่า ๔๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีโจทก์ตกลงยอมเสียเงินกินเปล่า ๑๒๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยเพื่อสิทธิที่โจทก์จะได้เช่าห้องพิพาทต่อไปอีก ๓ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๐๖ ในการที่โจทก์ได้จ่ายเงินกินเปล่าล่วงหน้า ๔๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยไป ความปรากฏในสำนวนว่าโจทก์ได้อยู่ในห้องเช่าตลอดมานับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๐๖ เกินกว่า ๑ ปีแล้ว เมื่อเทียบตามส่วนกับจำนวนเงินกินเปล่าที่โจทก์เสียไป เห็นได้ชัดว่าโจทก์ได้รับประโยชน์คุ้มกันกับเงินกินเปล่าที่โจทก์เสียไปแล้ว โจทก์จึงหามีสิทธิเรียกเงินกินเปล่า ๔๐,๐๐๐ บาท นี้คืนจากจำเลยไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1061/2511 ห้างหุ้นส่วนจำกัดงี่ซุ่ยเฮงเองกี่ โดยนายบูจุ่งหรืออุ้ยเถี่ยว หรือจือเถี่ยว แซ่อื้อ โจทก์ นางแจ่ม แสงมณี โดยนางไฉไล พูนประสิทธิ์ ผู้รับมรดกความ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดงี่ซุ่ยเฮงเองกี่ โดยนายบูจุ่งหรืออุ้ยเถี่ยว หรือจือเถี่ยว แซ่อื้อ · ล. - นางแจ่ม แสงมณี โดยนางไฉไล พูนประสิทธิ์ ผู้รับมรดกความ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปันโน สุขทรรศนีย์ · อดุล รัตนปิณฑะ · จำรูญ โชติรัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรัญ อิศระ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท สุคนธมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 591/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 4590/2553ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา