⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3245/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3245/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาต่างตอบแทนที่โจทก์ให้เงินแก่จำเลยเพื่อดำเนินการในทางที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นโมฆะ และจำเลยต้องรับผิดตามสัญญาหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ตกลงกัน.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจะนำบุตรโจทก์เข้าทำงานโดยคิดค่าบริการจากโจทก์ ถ้าไม่สามารถนำบุตรโจทก์เข้าทำงานได้จะคืนเงินให้ โจทก์มอบเงินให้จำเลยแต่จำเลยนำบุตรโจทก์เข้าทำงานไม่ได้ จำเลยจึงได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินมอบไว้แก่โจทก์ ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน ไม่ปรากฏว่าโจทก์ให้เงินจำเลยไปเพื่อให้จำเลยดำเนินการในทางไม่ชอบ หรือนำเงินที่ได้รับจากโจทก์ไปดำเนินการในทางไม่ชอบ เพื่อให้บุตรโจทก์ได้เข้าทำงาน ดังนี้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยจึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะ จำเลยต้องรับผิดตามสัญญา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อต้นปี พ.ศ. 2528 จำเลยอาสาจะนำนางสาวอัชรี บริบูรณ์ บุตรสาวโจทก์เข้าทำงานที่การไฟฟ้าวัดเลียบกรุงเทพมหานคร โดยคิดค่าบริการจากโจทก์เป็นเงินจำนวน 60,000 บาทถ้าไม่สามารถนำบุตรโจทก์เข้าทำงานได้จะคืนเงินให้ โจทก์ได้ให้เงินแก่จำเลยก่อนจำนวน 20,000 บาท แต่จำเลยนำบุตรโจทก์เข้าทำงานไม่ได้โจทก์จึงทวงถามให้จำเลยคืนเงินจำนวน 20,000 บาท จำเลยจึงได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินจำนวน 20,000 บาท มอบไว้แก่โจทก์ โดยยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันทำหนังสือสัญญา แล้วจำเลยไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ขอศาลบังคับให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์23,667 บาท กับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ได้รับเงิน 20,000 บาท จากโจทก์จริง เพื่อนำบุตรโจทก์เข้าทำงานที่การไฟฟ้าวัดเลียบ แต่บุตรโจทก์เข้าทำงานไม่ได้ จึงได้ทำหนังสือสัญญาให้แก่โจทก์ จำเลยรับสภาพหนี้ตามฟ้องขอให้ศาลทำสัญญาประนีประนอมยอมความและพิพากษาตามยอม ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 20,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามฟ้องและคำให้การว่าจำเลยจะดำเนินการให้บุตรโจทก์ได้เข้าทำงานที่การไฟฟ้าวัดเลียบกรุงเทพมหานคร โดยคิดค่าบริการจากโจทก์ 60,000 บาท ถ้าบุตรโจทก์เข้าทำงานไม่ได้จำเลยจะคืนเงินทั้งหมดให้โจทก์ จำเลยเรียกและโจทก์มอบเงินให้จำเลยไปก่อน 20,000 บาท จำเลยดำเนินการให้บุตรโจทก์เข้าทำงานที่การไฟฟ้าวัดเลียบไม่ได้ โจทก์จำเลยจึงตกลงกันใหม่ว่าจำเลยจะดำเนินการให้บุตรโจทก์ได้เข้าทำงานที่สำนักงานเทศบาลเมืองสระบุรี แต่จำเลยก็ไม่สามารถให้บุตรโจทก์เข้าทำงานได้อีก โจทก์ทวงถามเงิน 20,000 บาทคืน จำเลยจึงทำสัญญากู้ยืมตามฟ้องให้โจทก์ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน โดยจำเลยจะดำเนินการให้บุตรโจทก์ได้เข้าทำงาน จำเลยคิดค่าบริการจากโจทก์ 60,000 บาท ถ้าบุตรโจทก์เข้าทำงานไม่ได้ จำเลยจะคืนเงินทั้งหมดให้โจทก์ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ให้เงินจำเลยไปเพื่อให้จำเลยดำเนินการในทางไม่ชอบหรือนำเงินที่ได้รับจากโจทก์ไปดำเนินการในทางไม่ชอบเพื่อให้บุตรโจทก์ได้เข้าทำงาน สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยจึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนไม่เป็นโมฆะ จำเลยต้องรับผิดตามสัญญากู้ยืมตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3245/2534 นาย ประหยัด บริบูรณ์ โจทก์ นาย ประสิทธิ์ ศิริคุปก์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประหยัด บริบูรณ์ · จำเลย - นาย ประสิทธิ์ ศิริคุปก์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง · บุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1001/2509ฎีกา 425/2520ฎีกา 94/2474ฎีกา 3254/2524ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532ฎีกา 2328-2329/2520ฎีกา 510/2491ฎีกา 2242/2531ฎีกา 3053/2527ฎีกา 999/2531ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 981/2524ฎีกา 2635/2527ฎีกา 344/2511ฎีกา 3115/2529ฎีกา 1984/2492ฎีกา 1460/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ