⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3254/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2524

ป.พ.พ. ม.650

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญากู้ยืมเงินจะสมบูรณ์เมื่อผู้กู้ได้รับเงินหรือทรัพย์สินจากผู้ให้กู้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นหนี้อาจำเลย โจทก์จ่ายเงินให้อาจำเลยไป20,000 บาท และให้จำเลยทำสัญญาว่าจะผ่อนคืนให้โจทก์เดือนละ 300 บาทจำเลยทำสัญญากู้ให้โจทก์ก็เพื่อให้โจทก์ยอมชำระหนี้แก่อาจำเลย โดยจำเลยไม่ได้รับเงินหรือมีมูลหนี้ที่จะต้องชำระให้โจทก์ตามสัญญากู้ สัญญากู้จึงไม่สมบูรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงิน 34,500 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าโจทก์กับจำเลยเคยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อ พ.ศ. 2514 มีบุตรด้วยกัน 1 คน และได้จดทะเบียนหย่ากันเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2516 ในวันจดทะเบียนหย่ากันนี้ จำเลยได้ทำหนังสือสัญญากู้ให้โจทก์ไว้ตามเอกสารหมาย จ.1 คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า สัญญากู้บริบูรณ์หรือไม่ เพราะจำเลยต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ ซึ่งปัญหานี้ศาลฎีกาเห็นว่าพยานจำเลยมีน้ำหนักและเหตุผลน่าเชื่อว่าพยานโจทก์ เพราะทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบอาชีพอะไรเป็นหลักฐาน เมื่อระหว่างโจทก์อยู่กินกับจำเลยก็ต้องเช่าบ้านผู้อื่นอยู่ที่ดินที่โจทก์ได้รับมรดกมาจากตาก็เนื้อที่เพียง 103 หรือ 105 ตารางวาขายได้เงินเพียง 100,000 บาท เงินค่าถมที่ 20,000 บาทก็ต้องยืมผู้อื่นเมื่อโจทก์กับจำเลยหย่ากันตามข้อตกลงในทะเบียนหย่าเอกสารหมาย จ.2บุตรก็ต้องอยู่กับจำเลย แสดงว่าฐานะการเงินของโจทก์คงไม่ดีถึงกับจะมีเงินให้ผู้อื่นยืมเป็นจำนวนมากถึง 36,000 บาท ให้ผ่อนชำระเดือนละ 300 บาทเป็นเวลา 10 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนเลย และที่โจทก์บันทึกไว้ด้านหลังสัญญาว่าจำเลยได้นำเงินชำระแล้ว 5 งวด เป็นเงิน 1,600 บาท ก็มีข้อความสับสนงวดประจำเดือนเมษายน ชำระซ้ำกันถึง 2 ครั้ง ทั้งเป็นที่บันทึกที่โจทก์ทำขึ้นฝ่ายเดียว จำเลยมิได้รู้เห็นด้วย จะนำมาใช้ยันจำเลยมิได้ และถ้าจำเลยผ่อนชำระแล้วจริง โจทก์ก็ไม่น่าจะมีหนังสือทวงให้จำเลยชำระหนี้เต็ม36,000 าท ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 โดยไม่หักส่วนที่จำเลยชำระแล้วออกก่อน ยิ่งกว่านั้นสัญญากู้ยังทำให้วันที่จำเลยกับโจทก์จดทะเบียนหย่ากันเหตุที่หย่ากันก็เพราะมีเรื่องระหองระแหงกันในครอบครัว ไม่มีเหตุผลอันใดที่โจทก์จะให้เงินจำเลยกู้ รูปคดีมีเหตุผลฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยทำสัญญากู้ให้โจทก์ก็เพื่อให้โจทก์ยอมชำระหนี้ที่โจทก์เป็นหนี้อาจำเลยอยู่20,000 บาท โดยจำเลยไม่ได้รับเงินหรือมีมูลหนี้ที่จะต้องชำระให้โจทก์ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 นี้เลย สัญญากู้นี้จึงไม่สมบูรณ์" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2524 นางดวงเดือน โภโต โจทก์ นายวันชาติ มีแสง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางดวงเดือน โภโต · จำเลย - นายวันชาติ มีแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บรรเทอง ภู่กฤษณา · ชลูตม์ สวัสดิทัต · วัฒน์ ผดุงจิตร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1001/2509ฎีกา 3245/2534ฎีกา 425/2520ฎีกา 94/2474ฎีกา 510/2491ฎีกา 521/2569ฎีกา 1557/2524ฎีกา 2451/2567ฎีกา 7545/2538ฎีกา 1976/2518ฎีกา 799/2493ฎีกา 33/2502ฎีกา 6446/2552ฎีกา 1804/2529ฎีกา 396/2496ฎีกา 4686/2540ฎีกา 2122/2514ฎีกา 788/2498ฎีกา 599/2535ฎีกา 580/2509ฎีกา 1050/2512ฎีกา 751/2566ฎีกา 1984/2525ฎีกา 333/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา