คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4686/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบพยานบุคคลเพื่อพิสูจน์ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความไม่มีผลผูกพันคู่สัญญาเนื่องจากไม่ได้รับชำระหนี้ตามสัญญา เป็นการนำสืบเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายหลังการทำสัญญา จึงไม่เป็นการนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข)
ย่อคำพิพากษา
แม้ในชั้นอุทธรณ์โจทก์จะมิได้ยกข้อกฎหมายเรื่องห้ามนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตาม ป.วิ.พ.มาตรา 94 (ข)ขึ้นว่ากล่าวไว้ในคำฟ้องอุทธรณ์ แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์จึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 249 วรรคสอง
การที่จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบว่าสัญญากู้ยืมเงินพิพาทไม่มีมูลหนี้เพราะจำเลยไม่ได้รับเงิน จำเลยไม่ต้องรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินต่อโจทก์จำเลยย่อมนำสืบได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 94 วรรคสอง หาต้องห้ามตามกฎหมายไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางอุษา โรจนกุล · จำเลย - เรืออากาศเอกประมวล ซื่อสงวน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ หัตถกรรม · สมปอง เสนเนียม · ผล อนุวัตรนิติการ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายสังคม สุภาผล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายจำนงค์ อู่เจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา