⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 794/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบพยานบุคคลเพื่อพิสูจน์ว่าจำนวนหนี้ตามเอกสารไม่ตรงกับเจตนาที่แท้จริงของคู่กรณี ถือเป็นการสืบหักล้างข้อต่อสู้เรื่องความสมบูรณ์ของหนี้ ไม่ใช่การสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคสุดท้าย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์เพราะโจทก์ตกลงซื้อสวนมะพร้าวจำเลย จำเลยรับเงินไปจากโจทก์จำนวนหนึ่งซึ่งจะถือเป็นค่าสวนมะพร้าวต่อเมื่อจำเลยสามารถโอนสวนมะพร้าวให้โจทก์ได้ มิใช่โจทก์จำเลยเจตนากู้เงินกัน 60,000 บาท การทำสัญญากู้จึงเป็นการเอาหนี้ตามสัญญาซื้อขายสวนมะพร้าวมาทำเป็นสัญญากู้เงิน มิใช่รับเงินเนื่องจากการกู้เงินกันโดยแท้จริง ในขณะทำสัญญากู้ยังไม่รู้ว่าจำเลยจะต้องคืนเงินหรือไม่ แล้วแต่หนี้ที่จะเกิดจากสัญญาซื้อขายสวนมะพร้าวอีกส่วนหนึ่ง เจตนาอันแท้จริงของคู่กรณีในการทำสัญญากู้ที่ให้บังคับกันได้ก็คือให้ใช้เงินคืนแก่กันในลักษณะกู้เงินตามจำนวนที่จะต้องคืนโดยอาศัยหนี้ตามสัญญาซื้อขายสวนมะพร้าวซึ่งหากจะต้องมีการคืนหรือหักเงินกันต่อไปข้างหน้า จำเลยจึงมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบว่าความจริงจำเลยรับเงินไปจากโจทก์เพียง 10,000 บาท มิใช่การนำสืบแปลหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร หากแต่เป็นการนำสืบหักล้างตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่าจำนวนหนี้ตามที่กล่าวในฟ้องนั้นไม่สมบูรณ์ เพราะไม่ใช่เจตนาที่แท้จริง จำเลยมีสิทธิจะนำสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 วรรคสุดท้าย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ทั้งสองไป ๖๐,๐๐๐ บาท โดยเอาสวนมะพร้าววางประกันให้โจทก์เก็บกินต่างดอกเบี้ย สัญญาชำระหนี้คืนในวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๐๖ จำเลยรับรองกับโจทก์ว่าถ้าจำเลยหาเงินมาชำระหนี้โจทก์ไม่ได้ หากโจทก์ต้องการจะรับซื้อสวนมะพร้าว จำเลยก็ยอม จำเลยไม่ชำระหนี้ภายในกำหนด ทั้งโจทก์ไม่สามารถเข้าเก็บกินสวนมะพร้าวเพราะจำเลยขัดขวาง ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระหนี้จำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยให้การว่า ไม่ได้กู้และรับเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๑ กับบิดาขอซื้อสวนมะพร้าวที่จำเลยครอบครองมาเกินกว่า ๒๐ ปี เพื่อใช้เป็นที่ฝังศพ จำเลยตกลงขายราคา ๑๐,๐๐๐ บาท ที่ดินยังไม่มี ส.ค.๑ โอนที่อำเภอไม่ได้ โจทก์จึงให้จำเลยทำสัญญากู้ท้ายฟ้อง โดยระบุว่ากู้ ๖๐,๐๐๐ บาท ความจริงจำเลยรับเงินเพียง ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่ได้เขียนในสัญญาว่าจะชำระเงินคืนในวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๐๖ แต่ตกลงกันว่าถ้าไม่ไถ่คืนใน ๒ ปี ก็ให้ที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้ให้กู้ โจทก์เติมข้อความลงไปเองภายหลังจำเลยมอบที่ดินให้โจทก์ไปแล้วไม่เคยขัดขวางโจทก์ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ตกลงซื้อที่ดินสวนมะพร้าวจากจำเลย ที่ดินไม่มี ส.ค.๑ จึงมีการทำสัญญากู้รายนี้ขึ้น จำเลยไม่แจ้งการครอบครอง จำเลยย่อมไม่มีสิทธิครอบครอง เมื่อจำเลยโอนที่ดินไม่ได้ จำเลยก็จำต้องใช้เงินคืนแก่โจทก์ และฟังว่าจำเลยรับเงินไปจากโจทก์เพียง ๑๐,๐๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า จำเลยรับว่าได้ทำสัญญากู้ระบุจำนวนเงิน ๖๐,๐๐๐ บาทให้โจทก์ไว้จริง จำเลยไม่มีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญากู้ว่าจำเลยรับเงินไปจากโจทก์เพียง ๑๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินเพราะได้ตกลงซื้อขายสวนมะพร้าว จำเลยได้รับเงินไปจากโจทก์จำนวนหนึ่ง ซึ่งจะถือเป็นค่าที่สวนมะพร้าวต่อเมื่อจำเลยโอนสวนมะพร้าวให้โจทก์ได้ มิใช่โจทก์จำเลยเจตนากู้เงินกัน ๖๐,๐๐๐ บาท การทำสัญญากู้ในคดีนี้จึงเป็นการเอาหนี้ตามสัญญาซื้อขายมาทำเป็นสัญญากู้เงิน มิใช่รับเงินเนื่องจากการกู้เงินกันโดยแท้จริง ในขณะทำสัญญากู้ก็ยังไม่รู้กันว่าจำเลยจะต้องคืนเงินหรือไม่ แล้วแต่หนี้ที่จะเกิดจากสัญญาซื้อขายสวนมะพร้าวอีกส่วนหนึ่ง เจตนาอันแท้จริงของคู่กรณีในการทำสัญญากู้ที่จะให้บังคับกันได้ก็คือ ให้ใช้เงินคืนแก่กันในลักษณะกู้เงินตามจำนวนที่จะต้องคืน โดยอาศัยหนี้ตามสัญญาซื้อขายสวนมะพร้าว ซึ่งหากจะต้องมีการคืนหรือหักเงินกันต่อไปข้างหน้า ฉะนั้น ข้อนำสืบของจำเลยจึงมิใช่การนำสืบแปลหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารเป็นอย่างอื่นอันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔ หากแต่เป็นการนำสืบหักล้างตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่าจำนวนหนี้ตามที่กล่าวในฟ้องนั้นไม่สมบูรณ์ เพราะไม่ใช่เจตนาที่แท้จริง จำเลยมีสิทธิจะนำสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ วรรคสุดท้าย ส่วนข้อเท็จจริงศาลฎีกาฟังว่า จำเลยได้รับเงินไปจากโจทก์เพียง ๑๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2509 นางเลี่ยน เพ็ชร์มุณี ที่ 1 นายธวัช แจ่มเพ็ชรรัตน์ ที่ 2 โจทก์ นางเห้ง หนูเสน โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเลี่ยน เพ็ชร์มุณี ที่ 1 นายธวัช แจ่มเพ็ชรรัตน์ ที่ 2 · โจทก์ - นางเห้ง หนูเสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายศักดิ์ สนองชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ ติงศภัทิย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4007/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา