⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2356/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2356/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่ถูกกรอกข้อความเกินกว่าที่ตกลงกันไว้โดยที่คู่สัญญาอีกฝ่ายมิได้ยินยอม ถือเป็นเอกสารปลอมและไม่สามารถนำมาฟ้องร้องบังคับคดีได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 30,000 บาท โดยจำเลยลงลายมือชื่อผู้กู้ในสัญญากู้ยืมเงินที่ยังไม่ได้กรอกข้อความให้โจทก์ ต่อมาโจทก์ได้กรอกข้อความในสัญญากู้ว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 65,000 บาทโดยจำเลยมิได้ยินยอมสัญญากู้ดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม และถือว่าการกู้เงินระหว่างโจทก์ จำเลยไม่มีหลักฐานการกู้ยืมตาม ป.พ.พ.มาตรา 653 จึงไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้ จำเลยได้เสียค่าอ้างพยานเอกสารภายหลังตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการแก้ไขกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับการอ้างเอกสารซึ่งบกพร่องให้บริบูรณ์แล้ว เอกสารที่จำเลยอ้างจึงใช้ได้ และไม่ทำให้การพิจารณาและพิพากษาของศาลชั้นต้นเสียไป.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์รวม 65,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ จำเลยให้การว่า ไม่ได้กู้เงินโจทก์ตามฟ้อง หนังสือสัญญากู้ที่โจทก์อ้างเป็นสัญญาปลอม โดยโจทก์นำแบบพิมพ์สัญญากู้ซึ่งมีลายมือชื่อจำเลยลงนามในช่องผู้กู้แล้วเขียนข้อความต่าง ๆ ซึ่งเป็นเท็จและมาฟ้องเป็นคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พยานหลักฐานของจำเลยมีเหตุผลและน่าเชื่อว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินไปตามจำนวน 30,000 บาท เมื่อพ.ศ. 2526 เท่านั้น โดยจำเลยลงลายมือชื่อผู้กู้ในสัญญากู้ยืมเงินที่ยังไม่กรอกข้อความให้โจทก์ ต่อมาโจทก์ได้กรอกข้อความเองโดยจำเลยมิได้ยินยอม สัญญากู้ดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม และถือได้ว่าการกู้เงิน ระหว่างโจทก์จำเลยไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 จึงไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้ ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยอ้างส่งเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.9 เป็นพยานแต่มิได้เสียค่าอ้างพยานเอกสารตามคำสั่งศาลชั้นต้น จึงถือว่าจำเลยไม่มีพยานเอกสารดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นรับฟังเอกสารดังกล่าวจึงเป็นการวินิจฉัยที่ผิดพลาดนั้น ปรากฏว่า ศาลอุทธรณ์ได้ส่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปให้ศาลชั้นต้นอ่านและสั่งว่าให้จำเลยเสียค่าอ้างพยานเอกสารก่อนอ่านคำพิพากษา หากไม่เสียก็ให้ศาลชั้นต้นส่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คืน ต่อมาจำเลยได้เสียค่าอ้างพยานเอกสารแล้ว การที่จำเลยเสียค่าอ้างพยานเอกสารภายหลังตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นการแก้ไขกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับการอ้างเอกสารซึ่งบกพร่องให้บริบูรณ์แล้วเช่นนี้ เอกสารที่จำเลยอ้างจึงใช้ได้และไม่ทำให้การพิจารณาและพิพากษาของศาลชั้นต้นเสียไป..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2356/2534 นาย สม ศักดิ์ เจตานนท์ โจทก์ นาย อำนวย บุญ ศิริ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สม ศักดิ์ เจตานนท์ · จำเลย - นาย อำนวย บุญ ศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 581/2501ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 280/2530ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 3589/2525ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ