⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 280/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้กระบวนพิจารณาของศาลไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ได้ แม้จะพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้วก็ตาม.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมิได้สั่งให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยโดยวิธีปิดหมาย แต่เจ้าพนักงานศาลกลับส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องด้วยวิธีปิดหมาย จึงเป็นการไม่ชอบ รายงานการส่งหมายของเจ้าพนักงานศาลก็ขัดแย้งกัน กล่าวคือ ในครั้งแรกรายงานว่าได้ปิดหมายไว้ที่บ้านของจำเลย แต่ในครั้งหลังซึ่งห่างกันเพียงเดือนเศษ รายงานว่าจำเลยรื้อเรือนและไปอยู่ที่อื่นหลายเดือนแล้ว ต้องถือว่าศาลยังมิได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยและภายหลังแต่นั้นมาเป็นการไม่ชอบ และไม่มีผลตามกฎหมาย จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่เมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันยึดทรัพย์ แต่เมื่อปรากฏว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม และเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยให้ถูกต้องแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.76 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์แล้วไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามฟ้อง จำเลยยื่นคำร้องว่า การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่ชอบ จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่พ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลย จึงให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า คำร้องขอพิจารณาใหม่ที่ต้องห้ามมิให้ยื่นเมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์น่าจะใช้บังคับในกรณีที่มีพฤติการณ์ในการฟ้องร้องโดยสุจริต และยึดทรัพย์จำเลยโดยจำเลยได้ทราบหรือควรทราบแล้ว แต่โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เจตนาจะไม่ให้จำเลยต่อสู้คดี การส่งหมายนัดเป็นไปโดยมิชอบ เป็นเหตุให้จำเลยไม่ทราบเรื่องการถูกฟ้องและถูกยึดทรัพย์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏจากหลักฐานในสำนวนว่าศาลชั้นต้นสั่งคำฟ้องของโจทก์ว่า ถ้าส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยไม่ได้ ให้โจทก์แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายใน ๑๕ วันนับแต่วันส่งไม่ได้มิได้สั่งให้ปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง แต่เจ้าพนักงานศาลกลับส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยด้วยวิธีปิดหมายจึงเป็นการไม่ชอบทั้งรายงานเจ้าหน้าที่ในการส่งหมายของเจ้าพนักงานศาลก็มีข้อความขัดแย้งกัน ในการส่งหมายครั้งแรก ตามรายงานลงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๒๗ เจ้าพนักงานศาลรายงานว่า ได้ปิดหมายไว้ ณ บ้านเลขที่ ๕๙ หมู่ที่ ๑๐ บ้านโคกเพชร ตำบลไพล อำเภอปราสาท ซึ่งเป็นบ้านเรือนของจำเลยแต่ในรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๒๗ ห่างกันเพียง ๑ เดือนเศษ เจ้าพนักงานศาลผู้นำส่งหมายนัดสืบพยานโจทก์รายงานว่า ได้สอบถามนายวิจิตร จันทร์ภักดี ผู้ใหญ่บ้านได้ความว่าจำเลยรื้อเรือนและอพยพไปอยู่ที่อื่นหลายเดือนแล้ว จึงส่งหมายให้จำเลยไม่ได้ เมื่อการส่งหมายให้จำเลยเป็นไปโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๖ จึงต้องถือว่า ศาลยังมิได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยและภายหลังแต่นั้นมาจึงเป็นการไม่ชอบและไม่มีผลตามกฎหมาย ทั้งเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมและเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกคำร้องของจำเลย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยให้ถูกต้อง แล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2530 นายเส็ง กะภูทิน โจทก์ นางเตือย เครือวัลย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเส็ง กะภูทิน · จำเลย - นางเตือย เครือวัลย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายชุติมนต์ โพธิเดช · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1460/2515ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3350/2538ฎีกา 913/2538ฎีกา 5105/2528ฎีกา 1572/2511ฎีกา 324/2503ฎีกา 5272/2544ฎีกา 3589/2525ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1088/2533ฎีกา 2520/2544ฎีกา 2051/2536ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565ฎีกา 1660/2518ฎีกา 5015/2541ฎีกา 7279/2540ฎีกา 4470/2543ฎีกา 1592/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา