⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4041/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4041/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนัดสืบพยานโดยวิธีประกาศหน้าศาลให้จำเลยทราบ เป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 หากการส่งหมายโดยวิธีอื่นไม่สามารถทำได้

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาว่าการนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกโดยปิดประกาศหน้าศาลให้จำเลยทราบเป็นการชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 79 หรือไม่ เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องภายในกำหนด 5 วัน หากส่งไม่ได้ให้โจทก์แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ และกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ไว้ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2539 แต่ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่ได้ เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่า การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยโดยวิธีธรรมดาไม่สามารถที่จะทำได้ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและแจ้งกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบโดยวิธีอื่นโดยการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ ณ สถานที่ทำการอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยในวันที่ 19 กรกฎาคม 2539 จึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคแรก แล้ว ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2539 ศาลชั้นต้นได้ไต่สวนเรื่องการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและฟังได้ว่ามีการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วจริง การที่ศาลชั้นต้นให้เลื่อนไปนัดสืบพยานนัดแรกในวันที่ 11 กันยายน 2539 และศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดให้จำเลยทราบโดยวิธีประกาศหน้าศาล ศาลชั้นต้นให้เหตุผลว่าเป็นเพราะการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องส่งโดยวิธีการปิดหมาย การดำเนินการประกาศหน้าศาลจึงเป็นอีกวิธีการหนึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 มีผลเช่นเดียวกับการปิดหมาย การนัดสืบพยานนัดแรกโดยประกาศหน้าศาลจึงชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๓๔,๘๗๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๑๓๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงยื่นคำแถลงขอให้ศาลออกคำบังคับ ศาลชั้นต้นจึงออกคำบังคับส่งให้จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา เพราะไม่ได้รับหมายเรียกสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์เป็นฝ่ายผิดข้อตกลง เช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ ขอให้พิจารณาใหม่ โจทก์คัดค้านว่า ภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสองตามฟ้องตรงกับหนังสือรับรองของจำเลยที่ ๑ พนักงานเดินหมายปิดหมายเรียกสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทั้งสองทราบโดยชอบแล้ว จำเลยทั้งสองขอพิจารณาใหม่ด้วยเจตนาประวิงคดีไม่ชำระหนี้ เช็คพิพาทมีมูลหนี้ต่อกันจริง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ศาลชั้นต้นได้สั่งในคำฟ้องของโจทก์เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๙ ว่า ให้โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องภายในกำหนด ๕ วัน หากส่งไม่ได้ให้โจทก์แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ และนัดสืบพยานโจทก์วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๙ ปรากฏต่อมาตามรายงานการเดินหมายเอกสารหมาย ร. ๑ ว่า ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่ได้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องใหม่ หากไม่พบหรือไม่มีผู้รับแทนโดยชอบให้ปิดหมาย ซึ่งมีการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้โดยชอบแล้วเมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๙ ตามรายงานการเดินหมายเอกสารหมาย ร. ๓ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า การนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกในวันที่ ๑๑ กันยายน โดยประกาศหน้าศาลเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ หรือไม่ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทั้งจำเลยได้ยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์ด้วย แต่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยเรื่องนี้ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยให้ และเห็นว่า เมื่อมีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีธรรมดาไม่ได้ตามรายงานการเดินหมายเอกสารหมาย ร. ๑ แล้ว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ส่งโดยวิธีปิดหมาย เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นเห็นว่า การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลย ทั้งสองโดยวิธีธรรมดาไม่สามารถที่จะทำได้ จึงมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีอื่นแทนโดยการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ ณ สถานที่ทำการอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสอง เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ วรรคแรก ดังนั้น เมื่อมีการนัดสืบพยานนัดแรกในวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๓๙ ศาลจึงมีคำสั่งให้ประกาศหน้าศาล โดยให้เหตุผลว่า เพราะการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องส่งโดยวิธีการปิดหมาย การดำเนินการดังกล่าวเป็นอีกวิธีการหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ มีผลเช่นเดียวกับการปิดหมาย การนัดสืบพยานนัดแรกโดยประกาศหน้าศาลจึงชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4041/2542 บริษัทสยามเอ็นจิเนียริ่งแอนด์เทคโนโลยี่ คอร์ปเปอเรชั่น จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเยนเนอรัล แมคคานิคส์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสยามเอ็นจิเนียริ่งแอนด์เทคโนโลยี่ คอร์ปเปอเรชั่น จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเยนเนอรัล แมคคานิคส์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ระพินทร บรรจงศิลป · วิเทพ ศิริพากย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นางสาวสุจิตรา โพทะยะ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญสิทธิ์ คงสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3136/2524ฎีกา 2135/2518ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 848/2534ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1616/2522ฎีกา 9571/2544ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1250/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา