⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 345/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องหรือหมายนัดที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การนั้นเป็นไปด้วยความยุติธรรม และเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลย่อมมีอำนาจยกเลิกกระบวนพิจารณาที่เสียไปและสั่งให้ดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องได้

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย จำเลยไม่ยอมรับ เจ้าพนักงานศาลจึงวางหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ต่อหน้าจำเลยโดยมิได้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ที่มีอำนาจหรือเจ้าพนักงานตำรวจไปด้วยเพื่อเป็นพยานไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 78 และการที่เจ้าพนักงานศาลส่งหมายแจ้งวันนับสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบโดยวิธีปิดหมาย โดยศาลมิได้สั่งให้ส่งโดยวิธีนี้ ไม่ชอบด้วยมาตรา 79 จึงต้องถือว่าศาลยังมิได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่นั้นมาจึงเป็นการไม่ชอบและไม่มีผลตามกฎหมาย ดังนั้น การที่จำเลยถูกจับกุมตัวมาศาลเพื่อบังคับให้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลและจำเลยแถลงต่อศาลว่ายินดีที่จะโอนที่ดินตามคำพิพากษาให้โจทก์ จึงไม่มีผลไปด้วย การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับการส่งหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยโดยไม่ชอบนั้น เป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การนั้นเป็นไปด้วยความยุติธรรม และเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อความปรากฏแก่ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยให้ถูกต้องแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.78 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.209 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลกรณีชั้นนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยโอนที่ดิน หากโอนไม่ได้ให้คืนเงินค่าที่ดิน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ อ้างว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยเป็นคนโง่เขลาอ่านหนังสือไม่ออก ไม่ทราบว่าหมายนัดและสำเนาคำฟ้องนั้นเป็นหนังสืออะไร สัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอม หากจำเลยได้ต่อสู้คดีกับโจทก์แล้วจำเลยมีทางชนะคดี โจทก์คัดค้านว่าข้ออ้างของจำเลยมิใช่ข้อแก้ตัวได้ตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องตลอดจนส่งหมายนัดกำหนดวันสืบพยานโจทก์ให้จำเลย มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่งหมายเรียกให้ยื่นคำให้การและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลย และพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับการส่งหมายนัดแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยขัดต่อกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อเจ้าพนักงานศาลไม่ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย จำเลยปฏิเสธไม่ยอมรับ โดยมิได้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่มีอำนาจหรือเจ้าพนักงานตำรวจไปด้วยเพื่อเป็นพยาน ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๘ และการที่เจ้าพนักงานศาลส่งหมายแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบโดยวิธีปิดหมาย โดยศาลมิได้สั่งให้ส่งโดยวิธีนี้นั้นไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ ดังนี้ จึงต้องถือว่าศาลยังมิได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยและภายหลังแต่นั้นมาจึงเป็นการไม่ชอบและไม่มีผลตามกฎหมาย การที่จำเลยถูกจับกุมตัวมาศาลเพื่อบังคับให้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล และจำเลยแถลงต่อศาลว่ายินดีที่จะโอนที่ดินตามคำพิพากษาให้โจทก์ ซึ่งโจทก์อ้างในฎีกาว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น จึงไม่มีผลไปด้วย การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับการส่งหมายนัดแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยโดยมิชอบนั้น เป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมและเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อความปรากฏแก่ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยให้ถูกต้อง แล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2520 นางกิมฮวง แซ่ทั้ง โจทก์ นางสาลี่ ยอดใจ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกิมฮวง แซ่ทั้ง · ล. - นางสาลี่ ยอดใจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายพิมล สมานิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 674/2549ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา