คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6058/2538
ป.วิ.แพ่ง ม.142, 248, 249
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ฎีกาที่โต้แย้งว่าทรัพย์ที่พิพาทเป็นของผู้ฎีกา ขณะที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าเป็นของอีกฝ่าย เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อราคาทรัพย์รวมกับค่าเสียหายที่เรียกร้องไม่เกินสองแสนบาท ย่อมต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง
2. ในคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่โดยอ้างว่าสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยอยู่อาศัยเป็นของโจทก์ และจำเลยฟ้องแย้งว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ ความเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างเป็นประเด็นโดยตรง ศาลพิพากษาให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างและให้รื้อถอนออกไปได้ตามฟ้องแย้ง ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือนอกประเด็น
3. คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไต่สวนแล้วเห็นว่าจำเลยยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงอ่านให้ฟังใหม่ เมื่ออีกฝ่ายมิได้อุทธรณ์คัดค้านย่อมยุติ และมิใช่การขยายระยะเวลายื่นฎีกา ฎีกาที่กล่าวข้อเท็จจริงโดยละเอียดและโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แจ้งชัดตรงตามประเด็นที่กำหนดไว้ เป็นข้อที่ว่ากันมาแล้วในศาลล่างและไม่เป็นฎีกาเคลือบคลุม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฎีกาว่า ห้องพิพาทเป็นส่วนควบกับที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยที่ 1เช่ามาจาก จ. ไม่ได้ซื้อมาจาก บ. ห้องพิพาทจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ เมื่อศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า ห้องพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ฎีกาโจทก์จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อปรากฏว่าห้องพิพาทมีราคาไม่เกิน 15,000 บาท แม้รวมกับค่าเสียหายจำนวน 24,000 บาท ที่โจทก์เรียกร้อง ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาของโจทก์ก็ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท โดยอ้างว่าสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทั้งสามอยู่อาศัยเป็นของโจทก์ จำเลยทั้งสามให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินกับห้องพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสามโดยการครอบครอง-ปรปักษ์ ปัญหาว่าห้องพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสามหรือไม่ จึงเป็นประเด็นในคดีโดยตรง ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยทั้งสามได้กรรมสิทธิ์ในห้องพิพาทโดยให้จำเลยรื้อถอนออกไปได้ตามฟ้องแย้ง ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือนอกฟ้องนอกประเด็นแต่อย่างใด
ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยทั้งสามแล้วสั่งว่า จำเลยทั้งสามยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังโจทก์มิได้คัดค้านอุทธรณ์คำสั่งจึงต้องถือว่ายุติ กรณีมิใช่สั่งอนุญาตขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้แก่จำเลยทั้งสาม ข้อความที่จำเลยทั้งสามฎีกาได้กล่าวโดยละเอียดถึงข้อเท็จจริงที่โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจริต และจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ซึ่งเป็นการโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยแจ้งชัดตรงตามประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ จึงเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่เป็นฎีกาเคลือบคลุม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 →
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีไทยณรงค์ · จำเลย - นางฮวย แซ่โค้ว กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญธรรม อยู่พุก · ณรงค์ ตันติเตมิท · ปรีชา บูรณะไทย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมชาย อุดมวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา