⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 377/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2500

ป.วิ.แพ่ง ม.142

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าช่วงที่ดินต้องได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าโดยตรง จึงจะอ้างสิทธิของผู้เช่าช่วงได้ ผู้เช่าห้องแถวที่อาศัยสิทธิของผู้เช่าที่ดิน ไม่ใช่ผู้เช่าช่วงที่ดิน และไม่อาจใช้สิทธิของผู้เช่าช่วงตามกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์ปลูกห้องแถว เมื่อเลิกสัญญาต้องรื้อไปห้องแถวเป็นของจำเลย ผู้เช่าห้องแถวจำเลยเป็นบริวารอยู่ในที่ดินของโจทก์โดยอาศัยอำนาจของจำเลย แต่ไม่ใช่ผู้เช่าช่วงที่ดิน แม้โจทก์จะรู้เห็นยินยอมในการเช่าห้องแถว ผู้เช่าห้องแถวก็อ้างความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ยันโจทก์ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีเรื่องนี้ เดิมจำเลยเช่าที่ดินของโจทก์โฉนดที่ 245 ตำบลสวนกวางตุ้ง อำเภอป้อมปราบ จังหวัดพระนคร เพื่อปลูกสร้างโรงสำหรับเก็บรถลาก และห้องแถว 6 ห้อง ต่อมาเลิกกิจการเรื่องรถลากไปแล้ว ได้เปลี่ยนแปลงโรงสำหรับเก็บรถลากนั้นโดยกั้นเป็นห้อง ๆ ทั้งชั้นล่างและชั้นบน และให้คนเช่าอยู่ รวมทั้งห้องแถว 6 ห้อง นั้นด้วย ครั้นครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่า และให้จำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยไม่ยอมออก โจทก์จึงนำคดีมาฟ้อง ศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินรายพิพาท และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไปด้วย คดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยยังรื้อสิ่งปลูกสร้างไปไม่ได้ เพราะผู้ร้องรวม 10 คน กับคนอื่นอีกสองคน ซึ่งเป็นคนเช่าห้องของจำเลยอยู่ ไม่ยอมออกจากห้องเช่า ชั้นบังคับคดี โจทก์ร้องขอให้ศาลบังคับผู้ร้องทั้ง 10 คน กับคนอื่นอีกสองคนนั้นออกจากที่ดินของโจทก์ เพราะเป็นบริวารของจำเลย ผู้ร้องทั้ง 10 คน ยื่นคำร้องโต้แย้งว่า แต่ละรายต่างได้เช่าห้องจากจำเลย และใช้เป็นที่อยู่อาศัยตลอดมา ย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน คนอื่นอีกสองคนไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องโต้แย้งประการใดในชั้นนี้ ชั้นไต่สวน โจทก์และผู้ร้องรับรองข้อเท็จจริงกันว่า ในการที่จำเลยให้ผู้ร้องเช่าห้องของจำเลยในที่ดินของโจทก์ตามคำร้องของผู้ร้องนั้น โจทก์รู้เห็นยินยอมด้วย และทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจสืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องเข้ามาใช้ที่ดินของโจทก์ได้ก็โดยอาศัยสิทธิของจำเลย ต้องถือว่าเป็นบริวารของจำเลย เมื่อศาลมีคำบังคับขับไล่จำเลยแล้ว คำบังคับนั้นก็ใช้บังคับผู้ร้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) ข้ออ้างที่ว่า การเช่ารายนี้ โจทก์รู้เห็นยินยอมด้วย แม้จะเป็นความจริงก็ไม่ทำให้ผู้ร้องเกิดอำนาจพิเศษแสดงว่า ผู้ร้องไม่ใช่บริวารของจำเลยแต่อย่างใด ผู้ร้องจะอ้างพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันมาใช้กับโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินไม่ได้ เพราะผู้ร้องไม่ใช่ผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงที่ดินของโจทก์ ผู้ร้องมีฐานะเป็นบริวารของจำเลย จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ผู้ร้องทั้ง 10 คน อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้ง 10 คน ฎีกาต่อมาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ผู้ร้องเช่าอยู่อาศัย โดยโจทก์เองรู้เห็นยินยอม จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า จะถือว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า โจทก์เป็นแต่เพียงเจ้าของที่ดิน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับห้องแถวที่ปลูกสร้างขึ้นนั้นประการใด ห้องแถวเป็นของจำเลยต่างหาก ปลูกสร้างขึ้นในที่ดินของโจทก์โดยสัญญาเช่า ซึ่งเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้วจำต้องรื้อออกไปจากที่ดินของโจทก์โดยสิ้นเชิง ผู้ร้องเข้าไปเช่าห้องแถวของจำเลยอยู่ ไม่ได้เช่าที่ดินของโจทก์ เห็นได้ชัดว่าเป็นการอาศัยสิทธิของจำเลยเท่านั้นเอง จึงตกอยู่ในฐานะที่เป็นบริวารของจำเลย ตามความหมายใน มาตรา 142(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โจทก์ไม่ใช่เจ้าของห้องแถว ย่อมไม่มีอำนาจที่จะคัดค้านในการที่จำเลยจะให้ผู้ใดเช่าห้องแถวของจำเลยเองดังนั้น แม้เมื่อผู้ร้องเข้าเช่าอยู่ในห้องของจำเลยนั้น โจทก์จะได้รู้เห็นยินยอมก็ตาม ก็มิได้กระทำให้ฐานะของผู้ร้องเปลี่ยนแปลงไปประการใด และไม่กระทำให้ผู้ร้องกลายเป็นผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงที่ดินของโจทก์ขึ้นมาได้ เพราะไม่มีนิติสัมพันธ์ประการใดต่อกัน จึงไม่มีสิทธิที่จะยกพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันมาใช้ยันต่อโจทก์ เหตุฉะนี้ ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาของผู้ร้อง และให้ผู้ร้องเสียค่าทนายแก่โจทก์ 100 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2500 นายบุญยืน จันทนะภุมมะ โจทก์ นายบักเซ้ง แซ่โง้ย จำเลย นายฮะบัก แซ่ก้วย นายเลี่ยงกัง แซ่แต้ นางสาวซิ้วเตียง แซ่โง้ย ผู้ร้อง นายก่วยแซ แซ่ลี้ นางจ้อย รังศรีประสาท นายกุ้ยกิม แซ่ตั้ง ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญยืน จันทนะภุมมะ · จำเลย - นายบักเซ้ง แซ่โง้ย · ผู้ร้อง - นายฮะบัก แซ่ก้วย นายเลี่ยงกัง แซ่แต้ นางสาวซิ้วเตียง แซ่โง้ย · ผู้ร้อง - นายก่วยแซ แซ่ลี้ นางจ้อย รังศรีประสาท นายกุ้ยกิม แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2551ฎีกา 3405/2537ฎีกา 6370-6371/2550ฎีกา 1425/2492ฎีกา 576/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2193/2564ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 1079/2497ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา