คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8366/2557
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตายของผู้ร้องระหว่างการพิจารณาทำให้การเป็นผู้จัดการมรดกสิ้นสุดลง และไม่สามารถรับมรดกความแทนกันได้ ศาลจึงต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ.
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่มีผลต่อไป การเป็นผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้ร้องไม่อาจรับมรดกความกันได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จะต้องวินิจฉัยปัญหาตามที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ขอให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องอีก ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จึงเป็นการไม่ชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายสุรินทร์ ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการมรดกของนางขิมหรือเฉ่งซิม ผู้ตาย กับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้าน
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องถึงแก่ความตาย
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับเป็นว่า ให้ตั้งนางสมศรี ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางขิมหรือเฉ่งซิม ผู้ตาย กับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางขิมหรือเฉ่งซิม ผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แก้คำสั่งศาลชั้นต้น ขอให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้อง เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องได้ถึงแก่ความตายไปแล้วในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่มีผลต่อไปและการเป็นผู้จัดการมรดกเป็นการเฉพาะตัวของผู้ร้องไม่อาจรับมรดกความกันได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จะต้องวินิจฉัยปัญหาตามที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ขอให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องอีกต่อไป ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่ปรากฏในคำคัดค้าน และอุทธรณ์ของผู้คัดค้านไม่ชอบด้วยบทบัญญัติมาตรา 142 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8366/2557
นายสุรินทร์ ลิมปานนท์ ผู้ร้อง
นางสมศรี กาญจนาลัย ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายสุรินทร์ ลิมปานนท์ · ผู้คัดค้าน - นางสมศรี กาญจนาลัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประยูร ณ ระนอง · นายอุดม สิทธิวิวัชธรรม · ภาติยะ ดวงมณี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิชญ์ธรรมนาถ สุวรรณโกตา · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายชูดิษฐ์ ตันทวีวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.4208/2556 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา