⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1804/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1804/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยอ้างว่าสัญญากู้เกิดจากการขู่เข็ญและจำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญา จำเลยมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบหักล้างข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ ไม่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้อ้างว่าจำเลยกู้เงินไปแล้วไม่ชำระ จำเลยให้การว่าสัญญากู้รายพิพาทเกิดจากโจทก์ขู่เข็ญให้ทำ จำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้สัญญากู้จึงไม่สมบูรณ์ จำเลยมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบหักล้างได้ ไม่ถือว่าเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 (ข)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่าจำเลยกู้เงินและรับเงินไปจากโจทก์ ๒ ครั้งรวมเป็นเงิน ๘๐,๐๐๐ บาท ตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนจนกว่าจะครบ นับตั้งแต่กู้ไปจำเลยผ่อนชำระให้เพียง ๔๐,๐๐๐ บาท แล้วไม่ชำระอีก โจทก์ทวงถามแล้วก็ไม่ชำระรวมเป็นเงินต้นที่ค้าง ๔๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีเป็นเวลา ๖ เดือน เป็นเงิน ๑,๕๐๐ บาท จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๔๑,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้เงินและรับเงินจากโจทก์ สัญญากู้ท้ายฟ้องทั้งสองฉบับไม่สมบูรณ์ เป็นนิติกรรมอำพราง โจทก์จำเลยเคยมีความสัมพันธ์เป็นส่วนตัวมาก่อน จำเลยเคยให้โจทก์มาอาศัยอยู่กับพี่น้องจำเลย โจทก์จำเลยตกลงสิ้นสุดความสัมพันธ์ต่อกัน และจำเลยแต่งงานกับภรรยาของจำเลย โจทก์บังคับขู่เข็ญให้จำเลยเขียนสัญญากู้อันเป็นนิติกรรมอำพราง ๒ ฉบับ โดยโจทก์ขู่เข็ญว่าจะทำให้จำเลยเสียหายต่อเกียรติยศชื่อเสียงและการงานของจำเลย นิติกรรมการกู้ยืมเงินจึงไม่สมบูรณ์ จำเลยชำระเงินให้โจทก์เรื่อยมาเพราะหนี้ทางศีลธรรม และโจทก์ขอมากกว่า ๔๐,๐๐๐ บาท สัญญาไม่ระบุดอกเบี้ยที่โจทก์ให้จำเลยชำระดอกเบี้ย จึงขัดต่อสัญญา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานโจทก์ จำเลยแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้จำนวน ๔๑,๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในต้นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าจำเลยมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบได้หรือไม่ว่า สัญญากู้รายพิพาทเกิดจากโจทก์ขู่เข็ญให้ทำ จำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ สัญญากู้จึงไม่สมบูรณ์ พิเคราะห์แล้ว ข้ออ้างของจำเลยดังกล่าวเป็นการต่อสู้ว่าไม่มีมูลหนี้ผูกพันกันตามสัญญากู้และหนี้เงินกู้ไม่สมบูรณ์เพราะโจทก์ไม่ได้ส่งมอบเงินที่กู้ให้จำเลย จำเลยจึงมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบหักล้างได้ไม่ถือว่าเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔(ข) แต่อย่างใด การที่ศาลล่างทั้งสองงดชี้สองสถานและงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น อนึ่ง คดีนี้จำเลยฎีกาเพียงแต่ขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานหลักฐานแล้วพิพากษาคดีใหม่ตามรูปความ ไม่ได้ขอให้พิพากษาให้จำเลยชนะคดีจำเลยควรเสียค่าขึ้นศาล ๒๐๐ บาท ตามตาราง ๑ ข้อ ๒ ก. ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๕ แต่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามา ๑,๐๐๐ บาท จึงเกินอัตราตามกฎหมาย พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1804/2529 นางสาววรรณี แซ่เห่ง หรือเฮงสกุล โจทก์ นายเทพชัย ทองใหญ่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาววรรณี แซ่เห่ง หรือเฮงสกุล · จำเลย - นายเทพชัย ทองใหญ่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเลียบ ภิญญะวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม สันติวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 224/2530ฎีกา 1001/2509ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3245/2534ฎีกา 220/2509ฎีกา 1561/2520ฎีกา 325/2524ฎีกา 425/2520ฎีกา 94/2474ฎีกา 3254/2524ฎีกา 1427/2493ฎีกา 1897/2538ฎีกา 7/2492ฎีกา 1750/2527ฎีกา 2533/2549ฎีกา 790/2497ฎีกา 6801/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 2671/2532ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3649/2525ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา