คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 581/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาตกลงชำระเงินส่วนที่เหลือในวันโอนสิทธิครอบครองทางทะเบียนตามสัญญาแล้ว จะนำสืบว่าตกลงชำระภายในวันที่อื่นที่แตกต่างไปจากที่ระบุในสัญญาไม่ได้ เพราะเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารอันเป็นการขัดต่อกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามสัญญาระบุว่า เงินที่เหลืออีก 20,000 บาท ผู้จะซื้อจะชำระแก่ผู้จะขายในวันโอนสิทธิครอบครองทางทะเบียน โจทก์จำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนต่อนายอำเภอและได้ประกาศเรื่องขอขายที่ดินแล้ว แต่จำเลยไม่ไปทำการจดทะเบียนให้โจทก์ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจะนำสืบว่าตกลงชำระค่าที่ดินที่เหลือภายในวันที่ 17 เมษายน 2526 ต่างจากวันที่ที่ขอทำการโอนดังกล่าวไม่ได้เพราะเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร.(ที่มา-เนติ)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินแก่โจทก์ในราคา30,000 บาท โจทก์ชำระเงินมัดจำ 10,000 บาท ที่เหลือตกลงชำระในวันจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองต่อมาจำเลยไม่จัดการโอนที่ดินให้ขอให้บังคับจำเลยไปจัดการโอนที่ดินแก่โจทก์จำเลยให้การว่าตามสัญญาจะซื้อจะขายกำหนดให้โจทก์ชำระค่าที่ดินที่เหลือภายในวันที่ 17 เมษายน 2526 แต่โจทก์ผิดสัญญาไม่ชำระ จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาและริบมัดจำ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมขายที่ดินตามฟ้องให้โจทก์หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยให้จำเลยรับค่าที่ดินที่ค้างชำระอยู่จำนวน 20,000 บาท จากโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า 'ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ในราคา 30,000 บาท วางมัดจำไว้แล้ว10,000 บาท โจทก์จะต้องชำระค่าที่ดินที่เหลือให้แก่จำเลยอีก20,000 บาท จำเลยมิได้ฎีกาในข้อนี้ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาคงมีปัญหาพิจารณาตามฎีกาของจำเลยว่าโจทก์ไม่ชำระค่าที่ดินที่เหลือแก่จำเลยภายในวันที่ 17เมษายน 2526 จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาสัญญาจะซื้อขายจึงระงับไปโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้นปรากฏตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 2ความว่าเงินที่เหลืออีก 20,000 บาทผู้จะซื้อ (โจทก์) จะชำระแก่ผู้จะขาย (จำเลย) ในวันโอนสิทธิครอบครองทางทะเบียนและได้ความจากพยานโจทก์ประกอบเอกสารว่าโจทก์จำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและการสอบสวนสิทธิ์ในที่ดินต่อนายอำเภอเมืองอุบลราชธานีตามเอกสารหมาย จ.4 นายอำเภอเมืองอุบลราชธานีได้ออกประกาศเรื่องมีผู้ขอขายที่ดินตามเอกสารหมาย จ.6 แล้วไม่มีผู้คัดค้านแต่จำเลยไม่ไปทำการโอนที่ดินตามเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังกล่าวให้แก่โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ข้อที่จำเลยนำสืบอ้างว่าตกลงชำระค่าที่ดินที่เหลือภายในวันที่ 17 เมษายน 2526 นั้น เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารรับฟังไม่ได้เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาดังกล่าวแล้วโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับเงินค่าที่ดินที่เหลือ 20,000 บาท และโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์นั้นชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น'
พิพากษายืนให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 600 บาท แทนโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 581/2530
นาย ยิ่ง สิทธิ ธรรม โจทก์
นาย อุด ร มงคล ล้อม หรือ มงคล รอบ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ยิ่ง สิทธิ ธรรม · จำเลย - นาย อุด ร มงคล ล้อม หรือ มงคล รอบ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา