⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3055/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3055/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ข้อนำสืบของจำเลยที่นอกเหนือไปจากที่ให้การไว้ในคำให้การ ศาลจะรับฟังไม่ได้ * การยกข้อโต้แย้งคัดค้านในชั้นฎีกา โดยมิได้คัดค้านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลฎีกาจะไม่วินิจฉัยให้ * เมื่อเจ้าหนี้รับชำระหนี้อันเป็นประธานโดยมิได้บอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้ แม้ลูกหนี้จะยังมิได้ชำระดอกเบี้ย ถือว่าหนี้อันเป็นประธานระงับสิ้นไปแล้ว

ย่อคำพิพากษา

คำให้การจำเลยได้แสดงโดยแจ้งชัดว่า หนี้ตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงินฉบับแรกได้หักกลบลบหนี้กับหนี้ค่าที่ดินที่จำเลยขายให้โจทก์ครั้งแรก แต่จำเลยกลับนำสืบว่าได้หักหนี้กับหนี้ค่าที่ดินที่จำเลยขายให้โจทก์ครั้งหลังที่ทำในรูปสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นหนี้คนละรายกัน ข้อนำสืบของจำเลยดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้ เพราะเป็นข้อนำสืบนอกประเด็นที่ให้การไว้ ข้อที่ว่าจำเลยมิได้ยื่นต่อศาลและส่งให้แก่โจทก์ซึ่งสำเนาเอกสารก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสามวันนั้น เมื่อโจทก์มิได้คัดค้านเสียภายในแปดวันนับแต่วันที่จำเลยส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 วรรคสอง โจทก์เพิ่งยกปัญหานี้ขึ้นมาโต้แย้งคัดค้านในชั้นฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ในกรณีที่หนี้ที่ต้องชำระมีทั้งดอกเบี้ยและหนี้อันเป็นประธาน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329 มิได้บังคับว่าลูกหนี้จะขอชำระหนี้อันเป็นประธานโดยยังไม่ชำระดอกเบี้ยไม่ได้เสียเลย เพียงแต่เจ้าหนี้มีสิทธิบอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้ได้เท่านั้น เมื่อจำเลยขอชำระเงินต้นโดยไม่ชำระดอกเบี้ย โจทก์มิได้บอกปัดไม่ยอมรับชำระเงินต้น กลับยอมรับชำระหนี้ไว้ จึงถือว่าจำเลยชำระเงินต้นให้แก่โจทก์แล้ว คงค้างชำระเฉพาะดอกเบี้ย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.329 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไป ๒ ครั้ง ตกลงชำระดอกเบี้ยตามกฎหมายจำเลยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์เลย ขอบังคับให้จำเลยใช้เงินทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า หนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับแรกระงับไปแล้ว โดยได้หักกลบลบหนี้กับส่วนหนึ่งของราคาที่ดิน ๑๐ แปลงที่จำเลยขายให้โจทก์ สำหรับหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับหลังจำเลยชำระเงินต้นให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว คงค้างชำระเฉพาะดอกเบี้ยเท่านั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินต้นตามฟ้องให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเฉพาะดอกเบี้ยของต้นเงินตามสัญญากู้ยืมเงินครั้งหลัง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าจำเลยขายที่ดินให้โจทก์สองครั้ง ครั้งแรกได้ทำนิติกรรมและจดทะเบียนโอนขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ระบุว่าที่ดินที่โอนขายมี ๑๐ แปลง ครั้งที่สองทำสัญญากันในรูปสัญญาเช่าซื้อที่ดิน คำให้การของจำเลยได้แสดงโดยแจ้งชัดว่า หนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับแรกได้หักกลบลบหนี้ค่าที่ดินที่จำเลยขายให้โจทก์ครั้งแรก แต่จำเลยกลับนำสืบว่าได้หักหนี้กับหนี้ค่าที่ดินที่จำเลยขายให้โจทก์ครั้งหลังที่ทำในรูปสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นหนี้คนละรายกัน ข้อนำสืบของจำเลยดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้เพราะเป็นข้อนำสืบนอกประเด็นที่ให้การไว้ จำเลยจึงต้องรับผิดใช้หนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับแรกให้โจทก์ ที่โจทก์ฎีกาว่า ใบรับเงินของโจทก์ที่ออกให้จำเลยตามเอกสารหมาย ล.๓ ซึ่งเป็นสำเนาของใบรับเงินเอกสารหมาย ล.๔ จำเลยมิได้ส่งสำเนาต่อศาลและโจทก์ก่อนสืบพยานครั้งแรกสามวัน รับฟังไม่ได้นั้น ปรากฏว่าจำเลยส่งเอกสารหมาย ล.๓ ต่อศาลในขณะสืบพยานจำเลยนัดแรก และในวันสืบพยานจำเลยนัดต่อมาจำเลยก็ส่งเอกสารหมาย ล.๔ ต่อศาลในการสืบพยานจำเลยทั้งสองนัดดังกล่าวทนายโจทก์ก็มาซักค้านพยานจำเลยด้วย โจทก์มิได้ยื่นข้อค้านภายในแปดวันนับแต่วันจำเลยส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคสอง โจทก์เพิ่งยกปัญหานี้ขึ้นมาโต้แย้งคัดค้านในชั้นฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยชำระเงินต้นตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับหลังแล้ว ยังคงค้างชำระเฉพาะดอกเบี้ย เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๒๙ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าในกรณที่หนี้ที่ต้องชำระมีทั้งดอกเบี้ยและหนี้อันเป็นประธานกฎหมายบทนี้มิได้บังคับว่าลูกหนี้จะขอชำระหนี้อันเป็นประธานโดยยังไม่ชำระดอกเบี้ยไม่ได้เสียเลยเพียงแต่ให้สิทธิเจ้าหนี้ว่าถ้าลูกหนี้ระบุให้จัดใช้หนี้อันเป็นประธานก่อนโดยยังไม่ชำระดอกเบี้ยเจ้าหนี้มีสิทธิบอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้เท่านั้น คดีนี้จำเลยขอชำระเงินต้นโดยไม่ชำระดอกเบี้ยโจทก์มิได้บอกปัดไม่ยอมรับชำระเงินต้น กลับยอมรับชำระหนี้ไว้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๒๙ และศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ชำระเงินต้นตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับหลังแก่โจทก์แล้ว คงค้างชำระเฉพาะดอกเบี้ยเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินต้นและดอกเบี้ยตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับแรก และให้ชำระดอกเบี้ยที่ค้างตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับหลัง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3055/2526 นางประมูล ศรีเปารยะ โจทก์ นายสมนึก ทัลวัลลิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประมูล ศรีเปารยะ · จำเลย - นายสมนึก ทัลวัลลิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรีชา พานิชวงศ์ · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายมงคล หวนถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายทวี น้อมไสว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1197/2530ฎีกา 170/2546ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1360/2544ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2657/2534ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4007/2552ฎีกา 2898/2538ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1302/2535ฎีกา 3827/2542ฎีกา 674/2549ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา