⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4873/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4873/2528

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้เช่าซื้อรถยนต์ผิดสัญญาและสัญญาเลิกกันแล้ว ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิริบค่าเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อชำระไว้แล้ว และกลับเข้าครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 วรรคแรก หากผู้เช่าซื้อไม่ส่งมอบรถผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพราะการไม่ชำระหนี้ ซึ่งได้แก่ค่าใช้ทรัพย์ตลอดเวลาที่ผู้เช่าซื้อครอบครองอยู่ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรค 3 สัญญาเช่าซื้อข้อ 7 ระบุว่าถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ งวดหนึ่งงวดใดก็ดี หรือผู้เช่าซื้อจะต้องชำระเงินใด ๆ แก่เจ้าของ ตามสัญญาประการหนึ่งประการใดก็ดี หรือผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาประการใดประการหนึ่งก็ดีผู้เช่าซื้อยอมเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ค้างชำระและหรือค่าเสียหาย นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เงินค่าขาดประโยชน์ จากการใช้รถดังกล่าวไม่อยู่ในความหมายของเงินใด ๆ หรือค่าเสียหาย ตามข้อสัญญาดังกล่าว ผู้ให้เช่าซื้อคงมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้เช่าซื้อใช้ดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ได้เช่าซื้อรถยนต์ของโจทก์ไป ๑ คัน ค่าเช่าซื้อ ๘๘,๓๔๐ บาท ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา ๕,๐๐๐ บาท ที่เหลือจะชำระให้เป็นเวลา ๓๐ งวดงวดละเดือน จำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้ จำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ ๒๒ เป็นต้นมาเกิน ๒ งวดติดต่อกัน ตามสัญญาถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันจำเลยที่ ๑ ไม่ส่งมอบรถคืนให้โจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ขอคิดค่าเสียหาย ๓๑,๕๐๐ บาท หากส่งมอบคืนไม่ได้จำเลยที่ ๑ ต้องชำระราคารถ ๒๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๓๑,๕๐๐ บาท และให้ใช้ค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งรถคืนหรือใช้ราคาเดือนละ ๑,๕๐๐บาท กับให้ร่วมกันชำระดอกเบี้ยในต้นเงิน ๓๑,๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี และให้จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเรียบร้อยคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้เงิน ๒๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าให้จำเลยทั้งสองคืนรถกระบะเล็กที่เช่าซื้อให้โจทก์ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาเท่าค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ ๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปีจากจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จคำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย (ที่ถูกค่าใช้ทรัพย์) ที่จำเลยที่ ๑ ไม่ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้โจทก์หรือไม่ เห็นว่าเมื่อจำเลยที่ ๑ ผู้เช่าซื้อผิดสัญญาและสัญญาเลิกกันแล้ว โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิริบเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๑ ได้ชำระให้โจทก์ไว้แล้ว และกลับเข้าครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๔ วรรคแรก ซึ่งตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.๒ ข้อ ๘ จำเลยที่ ๑ ยอมส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้โจทก์โดยพลันโดยค่าใช้จ่ายของจำเลยที่ ๑ เอง เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ส่งมอบรถที่เช่าซื้อให้โจทก์ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพราะการไม่ชำระหนี้ ได้แก่ค่าใช้ทรัพย์ตลอดเวลาที่จำเลยที่ ๑ ครอบครองอยู่ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ วรรค ๓ ที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองใช้ดอกเบี้ยในจำนวนค่าเสียหาย (ค่าใช้รถ) อัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.๒ ข้อ ๗ นั้น เห็นว่าสัญญาเช่าซื้อข้อ ๗ ระบุว่า ถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระ ค่าเช่าซื้องวดหนึ่งงวดใดก็ดีหรือผู้เช่าซื้อจะต้องชำระเงินใด ๆ แก่เจ้าของตามสัญญาประการหนึ่งประการใดก็ดีหรือผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาประการใดประการหนึ่งก็ดี ผู้เช่าซื้อยอมเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ค้างชำระและหรือค่าเสียหายนับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีนั้น เงินค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถดังกล่าวไม่อยู่ในความหมายของเงินใด ๆ หรือค่าเสียหายตามสัญญาข้อ ๗ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี คงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๔ เท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า ถ้าคืน (รถที่เช่าซื้อ) ไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน ๒๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าใช้รถ ๒๒,๐๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จกับค่าใช้รถเดือนละ ๑,๐๕๐ บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าคืนรถหรือจนกว่าชำระเงิน ๒๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ แต่ไม่เกิน ๓ ปี นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4873/2528 บริษัทสยามอินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัดฯ โจทก์ นางจินตนี อนุวัฒนาภรณ์ ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสยามอินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัดฯ · จำเลย - นางจินตนี อนุวัฒนาภรณ์ ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภินย์ ปุษปาคม · อำนวย อินทุภูติ · พิชัย วุฒิจำนงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอรุณ น้าประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสพชัย ยามาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 770/2486ฎีกา 2821/2522ฎีกา 560/2553ฎีกา 4015/2528ฎีกา 1781/2509ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4225/2529ฎีกา 5434/2536ฎีกา 8021/2549ฎีกา 6695/2548ฎีกา 615/2531ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1776/2541ฎีกา 7633/2550ฎีกา 75/2481ฎีกา 462/2507ฎีกา 601/2537ฎีกา 369/2539ฎีกา 1928/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา